แม็กไกวร์ตอบโต้เสียงวิจารณ์แมนยูตลกสิ้นดี

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ไม่สนคำวิจารณ์ที่มีต่อทีม โดยระบุว่าเป็นเรื่องที่น่าตลกที่มาหาว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในช่วงวิกฤติครั้งใหญ่

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกเอาชนะ นิวคาสเซิล 4-1 ในเกมพรีเมียร์ลีก เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยฟอร์มการเล่นแสดงออกมาให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอีกครั้ง แก้ตัวจากเกมก่อนที่แพ้ต่อ ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ 1-6 คาสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด

‘ปีศาจแดง’ ได้ประตูจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, อารอน วาน-บิสซาก้า และ มาร์คัส แรชฟอร์ด โดยกัปตันทีมอย่าง แม็กไกวร์ ได้ให้สัมภาษณ์หลังจบเกมว่าไม่ได้สนคำจารณ์เชิงลบที่มีต่อตนและเพื่อนร่วมทีม

"มันน่าตลกสิ้นดี 3 สามเกมผ่านไปของฤดูกาล และดูเหมือนว่าเป็นเรื่องวิกฤติครั้งใหญ่ การชนะ 2 แพ้ 2 เส้นทางยังมีอีกยาวไกล ซึ่งเราต้องพิสูจน์ให้เห็น" แม็กไกวร์ กล่าวกับ สกาย สปอร์ต

"เมื่อคุณเล่นให้กับสโมสรนี้ และแพ้ในบ้านตัวเอง เราก็ถูกตั้งคำถามขึ้น เราทำงานหนักในตอนซ้อม นี่คือกลุ่มที่ยอดเยี่ยม และเราก็รู้ดีว่าเราต้องกลับมาให้ได้ ผมรู้สึกว่ามันคงเป็นเรื่องเลวร้ายหากเรากลับออกไปแค่คะแนนเดียว"

"มันเป็นเรื่องสำคัญ ทุกๆ เกมใน พรีเมียร์ลีก เราต้องเล่นให้ได้ในระดับสูง บางเกมเราไม่สามารถทำได้ดีที่สุด แต่เราก็ต้องทำเรื่องพื้นฐานให้ได้ดี และในเกมที่เราแพ้ เราทำมันไม่ได้ดีเท่าที่ควร"
   
"พวกเราเป็นทีมที่อายุน้อย แต่เราจะไม่ใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้าง มันเป็นเรื่องน่าผิดหวังที่ออกสตาร์ทแบบนี้ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นยอดเยี่ยมในคืนนี้ก็เกิดขึ้นในยามที่เราต้องการมัน"

“เวนเกอร์” เผยเหตุยื่นข้อเสนอแสบซื้อซัวเรซจากลิเวอร์พูล

อาร์แซน เวนเกอร์ ตำนานผู้จัดการทีมอาร์เซน่อล เปิดใจถึงเหตุผลที่เลือกยื่นข้อเสนอสุดกวนประสาทให้กับ ลิเวอร์พูล เพื่อซื้อ หลุยส์ ซัวเรซ มาร่วมทีม แต่สุดท้ายโดน "หงส์แดง" ปฏิเสธแบบไม่ใยดี แต่ก็กลายเป็นเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวจนทุกวันนี้
              อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือมากประสบการณ์ อธิบายเหตุผลเกี่ยวกับการที่ อาร์เซน่อล ยื่นข้อเสนอจำนวน 40,000,001 ปอนด์ (ราว 1,520,000,038 บาท) ให้กับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เพื่อเซ็นสัญญากับ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าชาวอุรุกวัย เมื่อปี 2013

              ตำนานนายใหญ่" เดอะ กันเนอร์ส" อยากได้ ซัวเรซ มาร่วมทีมอย่างมากในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 โดยในเวลานี้ "เดอะ เร้ดส์" ที่มี เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทำหน้าที่กุมบังเหียนเป็นฤดูกาลแรก พลาดโอกาสในการได้ตั๋วไปเลยศึกฟุตบอลถ้วยยุโรป

              ในเวลานั้น ซัวเรซ แสดงความต้องการที่จะย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ และ อาร์เซน่อล หวังที่จะใช้โอกาสที่พวกเขาได้ลงแข่งศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ยั่วใจให้นักเตะทิ้ง "หงส์แดง" เพื่อมาเล่นในถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม โดยพวกเขาได้ยื่นข้อเสนอที่สุดโด่งดังจำนวน 40 ล้านปอนด์+1 ปอนด์ ให้กับ ลิเวอร์พูล แต่สุดท้ายโดนปฏิเสธอย่างไม่ใยดี 

              เวนเกอร์ เปิดใจถึงข้อเสนอสุดอื้อฉาวผ่านหนังสืออัตชีวประวัติ "Arsene Wenger: My Life in Red and White"  ว่า "ใน ฤดูกาล 2013/2014 เราจับตามอง หลุยส์ ซัวเรซ มาตลอด เราได้ตกลงกับนักเตะและเอเจนต์ของเขาแล้ว แต่เอเจนต์อ้างว่ามีเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาที่ระบุว่า ต้องได้รับข้อเสนอมากกว่า 40 ล้านปอนด์ ลิเวอร์พูล จึงจะปล่อยนักเตะออกไป"

             "แต่ต้องขอบคุณความไม่รอบคอบของ ลิเวอร์พูล ผมได้พบว่าเงื่อนไขค่าฉีกสัญญาของเขาไม่มีอยู่จริง เพื่อเช็คว่ามันเป็นความจริงไหม เราก็เลยยื่นข้อเสนอจำนวน 40,000,001 ปอนด์ นี่อาจจะดูเหมือนไร้สาระ ผมยอมรับเรื่องนี้ แต่ ลิเวอร์พูล ไม่อยากขาย ซัวเรซ พวกเขาพยายามเก็บเขาเอาไว้ และจากนั้นก็ได้รับข้อเสนอที่ต้องการจาก บาร์ซ่า" เวนเกอร์ ระบุ

              ทั้งนี้ ซัวเรซ ตัดสินใจอยู่กับ ลิเวอร์พูล ต่อไปโดยเขาตะบันไปถึง 31 ประตูจากการลงสนาม 33 เกมในฤดูกาล 2013/2014 แต่น่าเสียดายที่ "หงส์แดง" พลาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในโค้งสุดท้าย เพราะโดน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปาดหน้าไปอย่างเจ็บปวด

ระบาดไม่หยุด!พรีเมียร์ลีกยันพบ8รายติดโควิด

ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ยังคงต้องเจอกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสมรณะอย่างต่อเนื่อง โดยผลการตรวจล่าสุดมีการระบุชัดเจนว่าพบผู้ติดเชื้อถึง 8 ราย แต่ไม่มีการยืนยันว่าเป็นนักเตะหรือบุคลากรในวงการลูกหนัง โดยทั้งหมดต้องเข้ารับการกักตัวตามกำหนดเวลาที่ระบุเอาไว้
   
พรีเมียร์ลีก ประกาศยืนยัน เมื่อวันจันทร์ที่ 19  ตุลาคม ที่ผ่านมาว่า พบบุคลากรในลีกติดเชื้อไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือชื่ออย่างเป็นทางการ  "โควิด-19" เพิ่มอีก 8 ราย หลังจากที่มีการตรวจคัดกรองบรรดานักเตะและสต๊าฟฟ์รอบล่าสุดจำนวน 1,575 คน

สำหรับการตรวจหาเชื้อรอบล่าสุดนี้ มีขึ้นระหว่างวันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม ถึง วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ซึ่งปรากฏว่า พบ 8 คนที่มีผลออกมาเป็นบวก และบุคคลกลุ่มนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการกักตัวเป็นเวลา 10 วัน แต่ไม่มีการลงลึกในรายละเอียดว่าเป็นใครและมาจากสโมสรใดบ้าง

ทั้งนี้ การตรวจหาเชื้อไวรัส "โควิด-19" ในศึก พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ ผ่านพ้นมาแล้ว 7 รอบ ซึ่งมีผลออกมาดังต่อไปนี้
 – รอบที่ 1 (31 ส.ค.-6 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย จากการตรวจ 1,605 คน
 – รอบที่ 2 (7-13 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 4 ราย จากการตรวจ 2,131 คน
 – รอบที่ 3 (14-20 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 3 ราย จากการตรวจ 1,574 คน
 – รอบที่ 4 (21-27 ก.ย.) : พบผู้ติดเชื้อ 10 ราย จากการตรวจ 1,595 คน
 – รอบที่ 5 (28 ก.ย.-4 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 9 ราย จากการตรวจ 1,587 คน
 – รอบที่ 6 (5-11 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 5 ราย จากการตรวจ 1,128 คน
– รอบที่ 7 (12-18 ต.ค.) : พบผู้ติดเชื้อ 8 ราย จากการตรวจ 1,575 คน

บรูโน่แก้ตัว! แรชฟอร์ดยิง1จ่าย2-แมนยูพับสนามบุกถลุงนิวคาสเซิ่ล

"ปีศาจแดง" คว้าชัยชนะนัดที่สองของซีซั่นได้สำเร็จ หลังบุกไปถล่ม นิวคาสเซิ่ล ถึงบ้าน 4-1 เกมนี้แม้ว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส จะยิงจุดโทษไม่เข้า แต่มาแก้ตัวซัดท้ายเกม ก่อนที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่จ่ายไปสอง ซัดปิดกล่องให้ทีมบุกมาซิวสามแต้มมีเพิ่มเป็น 6 คะแนน ขึ้นมารั้งอันดับ 15 ส่วน "สาลิกาดง" รั้งอยู่ที่ 11 มี 7 คะแนน ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา
สนาม : สนาม : เซนต์ เจมส์ พาร์ค

    เกมพรีเมียร์ลีก คู่สุดท้าย เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา นิวคาสเซิ่ล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โดยผลงานล่าสุดของทั้งคุ่นั้น "สาลิกาดง" เล่นในบ้านไล่ต้อน เบิร์นลี่ย์ 3-1 ขณะที่ "ผีแดง" ผลงานสุดแย่พ่านคาบ้านเละเทะให้สเปอร์ส 1-6

    เกมนี้ สตีฟ บรูซ จัดชุดเก่งมารบนำโดยสองคู่หน้าอย่าง โชลินตอน และ คัลลั่ม วิลสัน ส่วนทางฝั่ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนถึง 5 ตำแหน่งจากเกมพ่าย "ไก่เดือยทอง" คู่กลางใช้ เฟร็ด กับแม็คโทมิเน่ย์ โดยมาต้า และดาเนี่ยล เจมส์ ริมเส้นส่วนบรูโน่ แฟร์นันด์ส รับบทเพลย์เมกเกอร์ปั้นเกมอยู่ข้างหลัง มาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ยืนเป็นหน้าเป้า

    เริ่มเกมมาได้แค่ 2 นาที เจ้าถิ่น "สาลิกาดง" ทะยานออกนำ "ผีแดง" 1-0 อย่างรวดเร็ว บอลสวนกลับมาถึง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ดึงจังหวะก่อนไหลเข้ากลางให้ จอนโจ เชลวี่ย์ ก่อนอดีตแข้งหงส์แดงจะไหลออกขวาให้ เอมิล คราฟธ์ แบ็กขวาเติมขึ้นมาแล้วครอสไปแฉลบขา ลุค ชอร์ ส่งบอลเข้าประตูตัวเอง

    นาที 14 "ผีแดง" ได้ลุ้นตีเสมอบ้างหลัง แดเนียล เจมส์ ไหลเข้ากลางให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด กดด้วยขวากลางประตูแต่บอลไปติดบล็อค  เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ ออกหลัง

    นาที 19 บรูโน่ แฟร์นันด์ส เล่นกับ มาต้า ก่อนที่บอลจะมาถึง บรูโน่ จะปั่นโค้งเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปอย่างสวยงาม ทว่าผู้ตัดสินได้สัญญาณจาก VAR ปฎิเสธไม่ให้ประตูตีเสมอหลัง มาต้า ยืนในตำแหน่งล้ำหน้าไปก่อนทำให้ชวดได้ประตูตีเสมออย่างน่าเสียดาย สกอร์ยังเป็นเจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0

    นาที 22 นิวคาสเซิ่ล ลุยขึ้นมาทางขวา จามาล ลูอิส ครอสเร็วไปในกรอบให้ จอนโจ เชลวีย์ วอลเลย์แต่จังหวะยิงหลักไม่ดีทำให้น้ำหนักบอลเบาไปเข้ามือ เด เคอา

    จากนั้นนาทีเดียวต่อมา ทีมเยือนตอบโต้ขึ้นมาเร็ว บรูโน่ แฟร์นันด์ส ไหลออกซ้ายให้ ฆวน มาต้า ซัดเต็มแรงเสาแรกแต่ยังไปติดมือ คาร์ล ดาร์โลว์ ทุบออกหลังเป็นลูกเตะมุม

    นาที 23 ต่อเนื่องจากลูกคอนเนอร์ มาต้า เปิดด้วยซ้ายจากมุมธงมากลางประตูให้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เทกตัวเอาชนะแนวรับสาลิกาก่อนโขกบอลเต็มแรงลงพื้นหนีมือ ดาร์โลว์ เสียบเสาไกลอย่างเฉียบขาดให้ แมนฯยูไนเต็ด ไล่ตีเสมอ นิวคาสเซิ่ล 1-1

    เกมผ่านไปครึ่งชั่วโมง "สาลิกาดง" เกือบแซงขึ้นนำอีกครั้ง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ลากตัดเข้ากลางแล้ววตะบันด้วยขวาเต็มแรง บอลพุ่งจน ดาบิด เด เคอา ต้องพุ่งปัดออกปัด และจากจังหวะพุ่งมาเซฟนั้นแขนขวาไปเกี่ยวกับตาข่ายก่อนที่จะหัวไหล่จะหล่นลงพื้นทำให้ต้องปฐมพยาบาล ก่อนที่เจ้าตัวจะลุกขึ้นมาเล่นต่อได้

    นาที 36 "ผีแดง" หวิดได้เฮเช่นกันบอลขึ้นมาทางขวาให้ อารอน วาน-บิสซาก้า ก่อนที่อดีตฟูลแบ็กของพาเลซจะพยายามครอสไปหน้าประตู ทว่าเปิดผิดเหลี่ยมบอลพุ่งเกือบจะเสียบมุมสามเหลี่ยมจน คาร์ล ดาร์โลว์ ต้องถอยหลังพุ่งปัดออกไปแบบหวุดหวิด

    ช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาที 45+3 "ผีแดง" เกือบได้ลุ้นแซงนำ หลัง แม็คโทมิเนย์ ผ่านบอลต่อให้ ดาเนี่ยล เจมส์ พาบอลเข้าไปซัดแต่จังหวะยิงเบาไปก่อนที่จะไปเข้ามือ คาร์ล ดาร์โลว์

    จบครึ่งแรก นิวคาสเซิ่ล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1-1

    ครึ่งหลัง นาที 49  สตีฟ บรูซ ต้องเปลี่ยนตัวคนแรกหลัง ไอแซค เฮย์เด้น มีอาการเจ็บเล่นต่อไม่ไหวทำให้ต้องส่ง ฟาเบียน ชาร์ ลงมาเล่นแทน

    อีก 2 นาทีต่อมา เจ้าบ้านเกือบชิงขึ้นนำไปก่อน หลัง อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง ป่วนแนวรับโชว์สเต็ปโยกหลอก แม็คโทมิเนย์ ก่อนตักมาในกรอบ 6 หลาให้ คัลลั่ม วิลสัน กระโดดมาถีบบอลกำลังจะเข้าอยู่แล้ว แต่เจอ ดาบิด เค เคอา พุ่งปัดปลายมือออกไปอย่างเหลือเชื่อ

    กระนั้น นาที 55 เคร็ก พาวสัน ได้รับสัญญาณจากห้องควบคุม VAR หลังมีเหตุการณ์ในกรอบเขตโทษจากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ลากบอลเข้ามาก่อนโดน จามาล ลูอิส เข้าไปเปิดปุ่มย้ำใส่ที่ข้อเท้า ผู้ตัดสินวิ่งมาไปดูจอที่ข้างสนามก่อนที่จะวิ่งมาชี้ให้จุดโทษแก่ "ปีศาจแดง" ทว่า บรูโน่ แฟร์นันด์ส มือสังหารกลับยิงไม่ดีเมื่อซัดไปติดมือของ คาร์ล ดาร์โลว์ ที่พุ่งถูกทางปัดออกไปได้ สกอร์ยังเสมอกันที่ 1-1 เหมือนเดิม

    นาที 62 บรูโน่ แฟร์นันด์ส ได้โอกาสส่องแถวสองบ้างแต่จังหวะนี้ดันยิงเบาไปบอลเลยพุ่งเข้าซอง คาร์ล ดาร์โลว์ รับไว้ได้สบาย

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนตัวคนแรก ในนาที 69 ถอด เฟร็ด ออกแล้วส่ง ปอล ป็อกบา ลงไปปั้นเกม

    ผีแดงโอกาสครึ่งหลังมีเพียบ นาทีที่ 80 เกือบได้ลุ้นขึ้นนำอีกจาก แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ลากขึ้นมาก่อนซัดแถวสองบอลพุ่งถากเสาออกไป

    กระนั้น นาที 86 ความพยายามของ "ผีแดง" มาประสบความสำเร็จ บอลโต้กลับเร็ว มาต้า วางบอลมาซ้ายให้ แรชฟอร์ด ก่อนที่จะไขว้จ่ายให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ที่วิ่งอ้อมมาข้างหลังหลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปปั่นหนีมือ คาร์ล ดาร์โลว์ เสียบสามเหลี่ยมเสาไกลอย่างงดงาม แมนฯ ยูไนเต็ด บุกนำ 2-1

    จากนั้น นาทีที่ 90 ทีมเยือนมาได้ประตูที่สามจากจังหวะ ที่ อารอน วาน-บิสซาก้า กระชากบอลขึ้นมาก่อนจะเล่นชิ่งกับ แรชฟอร์ด แล้วเข้าไปซัดผ่านมือ ดาร์โลว์ เข้าไปให้ทีมเยือนบุกมานำห่าง 3-1

    เท่านั้นไม่พอลูกทีมของ โซลชา มาได้ประตูปิดท้ายในช่วงทดเจ็บ นาทีที่ 90+6 คราวนี้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส จ่ายให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปยิงไม่เหลือ จบเกม  แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-1 คว้าชัยเป็นเกมที่ 2 ของซีซั่น

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม   

        นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (4-4-2) : คาร์ล ดาร์โลว์ – เอมิล คราฟธ์, จามาล ลาสเซลล์ส, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, จามาล ลูอิส – เจฟฟ์ เฮนดริค, จอนโจ เชลวี่ย์, ไอแซค เฮย์เด้น, อัลล็อง แซงต์-มักซิแม็ง – โชลินตอน, คัลลั่ม วิลสัน

        ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรูซ

        แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ – ฆวน มาต้า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ – มาร์คัส แรชฟอร์ด

        ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        ผู้ตัดสิน : เคร็ก พาวสัน

เมื่อสิงโตไม่ใช้ “เทรนท์”

เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา มีแต่คนยกย่อง เข้าชิงรางวัลต่างๆ เป็น "จอมแอสซิสต์" ระดับเอกอุ เป็นอาวุธหนักของลิเวอร์พูล ที่ชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ ลีก และพรีเมียร์ลีก

เป็นแชมป์สโมสรโลก เป็นโน่นเป็นนี่ แต่ทว่าหลังการรับใช้ชาติในสองสัปดาห์นี้ เหมือนชีวิตทีมชาติอังกฤษกลายเป็นเดินถอยหลังซะนี่

เป็นเพราะเขา หรือเป็นเพราะโค้ช ?

สำหรับใครก็ตามถ้าคุณอายุเพียง 22 ปี ผ่านการลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่มา 12 ครั้ง ต้องแย้มยิ้มและบอกว่า ไม่เลวเลย แต่ไม่ใช่กับเทรนท์นะครับ เขาควรจะได้ลงเล่นสม่ำเสมอมากกว่านี้

อาจบอกกันว่า แบ๊คขวาสิงโตคำรามมีเยอะ

คีแรน ทริปเปียร์, ไคล์ วอล์คเกอร์ นั่นก็มีดีกรีทั้งนั้น

ก็พอจะเข้าใจนะครับ ถ้าคุณเลือกแบ๊คโฟร์ ใช้แบ๊คขวาแค่ตัวเดียว แต่ตอนนี้หันมายึดหมากสามเซ็นเตอร์แบ๊ค เอาวอล์คเกอร์ กลับไปเล่นตรงนั้นเหมือนตอนฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งทะลุไปถึงรอบรองได้อย่างไม่น่าเชื่อ

แล้วเกมรับมือ เดนมาร์ก ซึ่งเป็นนัดสุดท้ายในสามนัดที่อิงแลนด์ เตะในช่วงนี้ ก็ใช้งาน ทริปเปียร์ ของแอต. มาดริด ไม่ได้ ต้องเข้าร่วมการพิจารณาความผิดทางวินัยของสมาคมฟุตบอลอังกฤษนั่นแหล่ะ โดนกล่าวหาว่าทำผิดเกี่ยวกับข้อบังคับเรื่องการพนัน โดนกล่าวหาตั้งแต่กรกฎาคมปีที่แล้วโน่น เดือนเดียวกับที่ย้ายจากสเปอร์สไปซบหมีมาดริด ที่ผ่านมาก็ปกป้องตัวเองมาตลอด "เฮ้ย ผมไม่ได้แทง หรือได้ผลประโยชน์จากคนอื่นเลยนะ"

ส่งซิกบอกคนอื่นว่าย้ายแน่หรือเปล่า อันนี้ก็ต้องเคลียร์ตัวเองนะ

ที่สงสัยก็คือว่า ทำไมเอฟเอ ต้องมาพิจารณามันเอาช่วงนี้หล่ะครับ เพราะยังงัยก็คุยกันแบบวีดีโอ คอนเฟอเร้นช์ อยู่แล้ว อยู่มาดริด ก็คุยกันได้ฮะ

ปรากฎ แกเร็ธ เซาธ์เกต เหมือนจะยืนยันว่าเขาไม่ชอบใช้งานเทรนท์ เท่าไหร่นัก ข้ามไปเลือก รีซ เจมส์ ลงตัวจริงตำแหน่งวิงแบ๊คขวาบ้างดีกว่า !!

ว่ากันตามเนื้อผ้า มันก็เวิร์คเหมือนกันนะครับ ถ้ารักษาฟอร์มกะทีมชาติแบบนี้ได้เรื่อยไป ทุกคนมีหนาว

 

ยกเว้นที่โดนมองว่าอ่อนประสบการณ์หน่อย เข้าไปหาผู้ตัดสินชาวสแปนิช เฆซุส กิล มานซาโน่หลังเกม แล้วใช้คำพูดอะไรไม่เหมาะสมจนได้ใบแดงมาเป็นรางวัลที่ไม่พึงปรารถนา ทำให้อังกฤษได้เร้ดคาร์ดรวมสองใบนะครับ หลังจาก แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ซวยซ้ำซวยซ้อน ทำให้ทีมลำบาก เหลือสิบคนตั้งแต่นาที 31

รูปเกมตอนต้น อังกฤษก็ยังดูดีอยู่นะ โดยเฉพาะการขึ้นทางกราบขวา รีซ เจมส์ ซึ่งลงตัวจริงเป็นนัดแรก ทำได้ดีเกินคาด คุกคามอย่างต่อเนื่อง (แต่ขาดจังหวะยิงเคลียร์ๆ กัน) และโดยรวม พูดตรงไปตรงมาก็ดีกว่า ฟอร์มเทรนท์ นัดก่อนกับเบลเยี่ยม ซึ่งผมค่อนข้างสงสารเลย

เล่นให้ลิเวอร์พูลของเจอร์เก้น คล็อปป์,  เห็นเทรนท์ ลุยได้เต็มที่

เล่นให้อิงแลนด์ ขยับขึ้นมายืนเหมือนเป็นมิดฟิลด์คนหนึ่ง แต่แทนที่จะบุกตะลุยมันส์ๆ กลับต้องวิ่งตามสกัด วิงแบ๊คคู่แข่ง

แอชลี่ย์ โคล เห็นเทรนท์ เล่นกับเบลเยี่ยมแล้วบอกว่า เขาเล่นผิดตำแหน่ง, เขาไม่ใช่วิงแบ๊ค

เจมี่ เร้ดแน็ปป์ เสนอหลังเกมเดนมาร์ก (เหมือนกะใจผม) น่าให้เทรนท์เล่นมิดฟิลด์ให้อังกฤษ ขยับเข้าไปด้านใน ไม่ต้องห่วงเขาเคยเล่นมิดฟิลด์มาก่อนตอนเล่นเยาวชน

ผมนึกถึง ฟิลิปป์ ลาห์ม กะ โจชัว คิมมิช ทีมชาติเยอรมัน จากฟูลแบ๊คสู่มิดฟิลด์ตัวรับ ก็ทำได้ดีกันนะครับ

อยากให้อังกฤษลองใช้ "เทรนท์" ในเกมทีมชาติเดือนหน้า อย่างน้อยก็ขอให้ได้ลอง แต่คงหวังยากจากผู้จัดการทีมคนนี้ครับ

ที่ชนะเบลเยี่ยมมาก็ฟลุ๊ค ไม่ใช่ว่าจะเล่นดี พอมาแพ้เดนมาร์ก แม้ไม่น่าเสียจุดโทษ ก็สมควรเจอแบบนี้บ้าง ตัวมีเสน่ห์อย่าง แจ๊ค กรีลิช เล่นดีมากกับเวลส์ ก็ไม่ได้ส่งเสริมต่อ ไม่ให้โอกาสตอนนี้แล้วจะรอเมื่อไหร่ เดี๋ยวเดือนหน้าตัวเลือกหน้าจะมากกว่านี้

ตัวผู้เล่นน้อยกว่า จะเอาแต่โยนให้แฮร์รี่ เคน เหรอฮะ

กรีลิช ช่วงเข้าฝัก เรียกฟาวล์จากเวลส์ได้เยอะเลย ไม่เอาลงมาช่วยสร้างสรรค์

บางทีมันผิดตั้งแต่ต้นแล้วหล่ะ เล่นในบ้านเจอเดนมาร์ก ใช้มิดฟิลด์ตัวรับสองตัว ถึงวางบอลเข้าเขตโทษได้ ในกรอบจะมีสักกี่คนเชียว

ไม่รู้เทรนท์ ต้องรอเปลี่ยนผู้จัดการทีมชาติก่อนหรือเปล่านะ ถึงจะได้เป็นตัวยืนอย่างต่อเนื่อง ในเมื่อเขาไม่ใช่วิงแบ๊ค เขาไม่เหมาะกับ 3-4-3 และเขาไม่ได้ทำงานให้เจ้านายที่หนุนหลังเขาอย่างเต็มเปี่ยม

บอลเป็นเหตุสังเกตได้!สาวเล่นชู้เซ็งผัวคลั่งลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูลเกี่ยวอะไรด้วย !? ซาช่า อิสตรีท่านหนึ่ง เปิดใจเหตุผลที่เธอนอกใจสามีเพราะเบื่อหน่ายที่เขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับการชมเกมลูกหนังของ "หงส์แดง" จนละเลิกการทำ "การบ้าน" เป็นประจำ ทำให้เธอต้องหาทางออกเพื่อคลายกำหนัดด้วยการเล่นเว็บหาคู่ จนสุดท้ายต้องลงเอยด้วยการมีชู้ แถมไม่รู้สึกผิดเพราะกำลังคิดเล่นชู้กับชายอีกคน เนื่องจากพอลองทำแล้วรู้สึกตื่นเต้นกับชีวิต
               ลิเวอร์พูล สโมสรขวัญใจมหาชนแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดนลากไปเอี่ยวว่าเป็นสาเหตุทำให้ชีวิตครอบครัวร้าวฉาว หลังอิสตรีรายหนึ่งอ้างว่าเธอนอกใจสามีเพราะเบื่อหน่ายที่ฝ่ายชายมัวแต่สนใจดูเกม "หงส์แดง" มากกว่าที่จะทำกิจกรรมเข้าจังหวะบนเตียง

               ซาช่า วัย 32 ปีซึ่งงานเป็นช่างทันตกรรม เริ่มนอกใจ สตีฟ สามีของเธอที่เป็นสาวก "เดอะ ค็อป" พันธ์แท้ที่มัวไปยุ่งวุ่นวายกับการเชียร์ ลิเวอร์พูล ทำศึกพรีเมียร์ลีก มากกว่าที่จะเปิดสงครามใต้สะดือกับเธอ และตัดสินใจที่หันไปเล่น IllicitEncounters เว็บไซต์หาคู่ในเมืองผู้ดี จนกระทั่งได้สร้างสัมพันธ์สวาทกับผู้จัดการบริษัทไอทีแห่งหนึ่ง

               สาวผู้อาภัพชีวิตคู่เพราะเกมลูกหนัง กล่าวว่า "ความจริงที่น่าเศร้าก็คือ สตีฟ มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับ เจอร์เก้น คล็อปป์, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ และนักเตะคนอื่นๆ ของลิเวอร์พูล ชีวิตของเขาวนเวียนอยู่กับเรื่องฟุตบอล และถ้าเขาไม่ได้ดูทีวี เขาก็จะออกไปผับพร้อมกับเพื่อนๆ ของเขาเพื่อพูดคุยเรื่องเกมฟุตบอล"

              "มันยิ่งเลวร้ายมากๆ เมื่อปีที่ผ่านมาตอนที่ ลิเวอร์พูล กำลังจะคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 30 ปี ฉันคิดว่ามีหลายสิ่งที่อาจจะแก้ไขได้ช่วงระหว่างที่ล็อกดาวน์ เมื่อการแข่งขันหยุดแข่งไปสักพัก แต่หลังจากนั้นเขาก็เอาแต่ตึงเครียดเนื่องจากกังวลว่าฤดูกาลจะถูกยกเลิกหรือไม่"

              "ฉันพยายามอ้อนวอนเขาเพื่อให้เสียสละเวลามาอยู่กับฉันมากขึ้น แต่เขาเอาแต่หมกมุ่นเรื่องฟุตบอล ชีวิตเซ็กซ์ของเรามันค่อยๆ เหือดหายไป และฉันก็ถูกปล่อยทิ้งไว้อย่างอ้างว้างในบ้านเพียงลำพังหลายชั่วโมง"

              หลังจากนั้นเพื่อนของ ซาช่า ซึ่งใช้เว็บไซต์หาคู่ดังกล่าว จนได้แต่งงาน พยายามแนะนำให้เธอลองเล่นเว็บนี้ จนกระทั่งเธอได้รับข้อความถึง 15 ข้อความจากหนุ่มๆ ที่อยากออกเดทกับเธอ โดย ซาช่า เผยต่อไปว่า "ฉันรู้ว่าหากฉันใส่ประวัติของฉันลงไปฉันคงได้รับความสนใจพอสมควร แต่ฉันรู้สึกว่าชีวิตของฉันมันน่าเบื่อหน่ายมากๆ และต้องการเปลี่ยนแปลง"

             "แค่ 24 ชั่วโมงที่เข้าไปเล่นในเว็บนี้ ฉันได้รับ 15 ข้อความในอินบล็อกเพื่อขอออกเดท ฉันคัดคนที่ดีที่สุดเหลือแค่ 3 คน และสุดท้ายก็มีเพียง พอล ซึ่งเป็นผู้จัดการบริษัทไอที แถมยังอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับฉัน และเขาก็เบื่อหน่ายชีวิตแต่งงานของเขาหลังจากผ่านไป 4 ปี"

            "ไม่รู้ว่าเราพร้อมจะเลิกกับคู่ของเราหรือไม่ แต่เราอยากได้แรงกระตุ้นที่น่าตื่นเต้นจากคนใหม่ๆ เราออกไปดื่มที่ผับ และก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี ภายในไม่กี่สัปดาห์ทุกอย่างก็เรียบร้อย เราไปหลับนอนกันกัน 2 ครั้งต่อสัปดาห์ มันเป็นเรื่องง่ายสำหรับฉันที่จะได้พบกับ พอล เพราะฉันแอบออกจากบ้านเมื่อไหร่ก็ตามที่ลิเวอร์พูลแข่ง"

            "สตีฟ จะใช้เวลาในการชมเกมแต่ละแมตช์อย่างน้อย 5 ชั่วโมง จากนั้นเขามักจะโพสต์อะไรก็ตามร่วมกับแฟนบอลคอเดียวกันหลังจบเกมอีกหลายชั่วโมง เขาไม่เคยสังเกตเลยว่าฉันออกจากบ้าน ฉันติดต่อกับผู้ชายคนอื่นที่มีเสน่ห์มากๆ ในเว็บไซต์ IllicitEncounters.com และฉันอยากที่จะเริ่มนอกใจครั้งที่สอง เพราะมันทำให้ฉันสนุกตื่นเต้นมากๆ" ซาช่า ระบุ

โอเว่น-พ่อมดฟันธงสกอร์เกมเอฟเวอร์ตันปะทะลิเวอร์พูล

ไมเคิ่ล โอเว่น และ แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ ฟันธงเกม เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ ระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับ ลิเวอร์พูล ชัยชนะจะตกเป็นของฝั่งสีน้ำเงินหรือสีแดง

แมทธิว เลอ ทิสซิเอร์ ตำนานนักเตะพ่อมดของ เซาธ์แฮมป์ตัน เชื่อว่า เอฟเวอร์ตัน จะสู้กับ ลิเวอร์พูล ได้อย่างสนุกในเกม เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ (18.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย) เนื่องจากนักเตะ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" กำลังอยู่ในช่วงมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

ในฤดูกาลนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือชาวอิตาเลียน พา เอฟเวอร์ตัน ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมคว้าชัยชนะในลีก 4 นัดติดมี 12 คะแนนเต็มขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของตาราง ขณะที่ ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า รั้งอันดับ 5 มี 9 คะแนน ทำให้หลายฝ่ายเชื่อว่า "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" มีโอกาสคว้าชัยเหนือคู่แข่งร่วมเมือง หลังชนะหนสุดท้ายต้องย้อนไปถึงเดือนตุลาคม ปี 2010

เลอ ทิสซิเอร์ แสดงความเห็นผ่านรายการ แกรี่ นิวบอน สปอร์ตส์ โชว์ ว่า "ผมคิดว่า นี่จะเป็นเกมที่สวยงามมากสุดในรอบหลายปีหลังจาก เอฟเวอร์ตัน ออกสตาร์ตซีซั่นได้อย่างยอดเยี่ยมในปีนี้ ผมคิดว่า พวกเขาจะลงเล่นด้วยความเชื่อมั่นมากกว่าครั้งไหนในเกมเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ ของพวกเขา"

"ขณะที่ ลิเวอร์พูล กำลังไม่ได้อยู่ในช่วงมีความมั่นใจหลังจากพวกเขาโดน แอสตัน วิลล่า ถล่มยับ ผมคิดว่า เกมนี้จะมีการทำประตูกันหลายลูก และคิดว่า สกอร์น่าจะจบลงอย่างการเสมอกันไป 2-2" ตำนานแข้ง "นักบุญ" เผย

ด้าน ไมเคิ่ล โอเว่น ตำนานกองหน้า ลิเวอร์พูล เชื่อว่า "หงส์แดง" จะบุกไปเก็บชัยชนะได้อย่างเฉียดฉิว และน่าจะเป็นเกมที่เล่นกันได้อย่างสนุกสูสี หลังเจ้าถิ่นเปิดฉากซีซั่นยอดเยี่ยม

"นี่จะเป็นเกมเมอร์ซี่ไซด์ดาร์บี้ที่เราตั้งตารอคอยมากสุดในรอบหลายปี เอฟเวอร์ตัน ออกสตาร์ตได้เยี่ยม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ต้องเจอความเจ็บปวดหลังแพ้ แอสตัน วิลล่า ถึง 2-7 มันมีโอกาสเป็นเกมคลาสสิก อย่างไรก็ตาม สุดท้ายผมเชื่อว่า ลิเวอร์พูล จะเฉือนได้อย่างหวุดหวิด 2-1" โอเว่น ให้ความเห็นผ่าน เบต วิคเตอร์

จบไหม!มูรินโญ่เปิดใจฟอร์มเบลเกมสเปอร์สเสมอเวสต์แฮม

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ส่ายหัวไม่สนบรรดานักข่าวที่พยายามเสี้ยมให้เจ้าตัวแสดงความเห็นเกี่ยวกับผลงานของ แกเร็ธ เบล ในแมตช์เสมอ เวสต์แฮม 3-3 เกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ชี้ชัดนี่มันเรื่องของการแข่งขันของสองทีมจะมาเน้นอะไรกับผลงานของคนๆ เดียว

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมจอมแท็คติก "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ปฏิเสธที่จะวิจารณ์ผลงานของ แกเร็ธ เบล ปีกมากประสบการณ์ที่ลงเล่นเปิดตัวให้ต้นสังกัดในแมตช์เสมอ "ขุนค้อน" เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 3-3 เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา

เบล ถูกส่งลงมาเล่นในครึ่งหลังนาทีที่ 72 โดยในเวลานั้น สเปอร์ส ยังมีสกอร์นำห่าง "เดอะ แฮมเมอร์ส" 3-0 แต่หลังจากนั้นทีมเยือนยิงได้ 2 ประตูรวดในเวลาไม่ถึง 5 นาที ทำให้สกอร์ตามมาเป็น 3-2 อย่างไรก็ตาม สตาร์ชาวเวลส์ มีโอกาสทองที่จะยิงประตูฝัง เวสต์แฮม เมื่อหลุดเข้าไปในเขตโทษ แต่ดันยิงออกไปหน้าตาเฉย

จนกระทั่งเกิดเหตุเสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด เมื่อ เวสต์แฮม มาได้ประตูสุดงามจากการยิงแบบผีจับยัดของ มานูเอล ลานซินี่ ในนาทีที่ 90+4 ส่งผลให้ทีมของกุนซือเดวิด มอยส์ บุกมาแบ่งแต้มไปได้อย่างน่าเหลือเชื่อ โดยหลังจบเกม มูรินโญ่ ยังคงรู้สึกผิดหวังที่ทีมพลาดเก็บชัยชนะ แต่ก็ชื่นชม "ขุนค้อน" ที่เล่นด้วยความทุ่มเท

สำหรับคำถามเกี่ยวกับผลงานของ เบล ซึ่งลงเล่นเกมแรกนับตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่กับต้นสังกัดนั้น มูรินโญ่ กล่าวว่า "ก่อนเกมพวกคุณอยากพูดเกี่ยวกับ แกเร็ธ และหลังเกมพวกคุณก็ยังคงอยากพูดเรื่อง แกเร็ธ แต่สุดท้ายแล้วทั้งหมดมันเกี่ยวกับ ท็อตแน่ม-เวสต์แฮม และนั่นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด"

 

ใช่เหรอ? “พ่อปาร์เตย์” เผยแนะลูกปฏิเสธ “2 ทีมดัง” ชี้ไม่ท้าทายเพราะได้เล่นชปล.

เจค็อบ ปาร์เตย์ คุณพ่อบังเกิดเกล้าของ โธมัส ปาร์เตย์ ออกมาเปิดเผยว่าลูกชายของเขาได้รับความสนใจจาก ยูเวนตุส และ เชลซี ก่อนจะลงเอยกับ อาร์เซน่อล

ปาร์เตย์ เป็นกองกลางคนสำคัญของ แอตเลติโก มาดริด โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนตกเป็นข่าวกับ อาร์เซน่อล มาอย่างยาวนาน

มิดฟิลด์ทีมชาติกานาวัย 27 ปีเพิ่งย้ายมาร่วมทัพอาร์เซน่อล เมื่อตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ โดยล่าสุด พ่อของเขาออกมาเปิดเผยว่า

"เรารู้ว่ามีความสนใจจาก ยูเวนตุส และ เชลซี ผมสังเกตว่าลูกชายอยากเล่นให้ทีมระดับยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ผมก็แนะนำเขาไปว่าทำไมไม่ลองไปทีมที่ไม่ได้เล่น แล้วช่วยให้พวกเขาได้ไปเล่นล่ะ?"

ปูด!แมนยูสนดึงดาวรุ่ง “นิวฟิโก้” เสริมแกร่ง

สื่อผู้ดี ตีข่าว "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนใจอยากได้ หลุยส์ โกเมส ดาวเตะความหวังใหม่วงการลูกหนังแดนฝอยทอง จากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาเสริมทัพ
   
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คาดว่ากำลังจะได้นักเตะจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน อีกราย โดยตอนนี้มีรายงานว่า "ปีศาจแดง" สนใจอยากได้ตัว หลุยส์ โกเมส แข้งดาวรุ่งพุ่งแรง จากการเปิดเผยของ เดอะ มิร์เรอร์ สื่อดังในเมืองผู้ดี

ดาวเตะวัย 16 ปี ซึ่งเพิ่งจะเซ็นสัญญานักเตะอาชีพกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจเป็นพิเศษจาก แมนฯ ยูไนเต็ด โดย โกเมส ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะวันเดอร์คิดของวงการลูกหนังแดนฝอยทอง ถึงขนาดได้รับสมญานามว่า "นิว หลุยส์ ฟิโก้" เลยทีเดียว

แม้ว่า โกเมส จะเซ็นสัญญา 5 ปีกับ สปอร์ติ้ง ก็ตาม แต่ "เดอะ มิร์เรอร์" รายงานว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะคว้าดาวรุ่งแห่งอนาคตรายนี้มาร่วมทีม โดยคาดว่าค่าตัวของเขาน่าจะอยู่ที่ประมาณ 14 ล้านปอนด์ (ราว 532 ล้านบาท)

ทั้งนี้ สโมสรเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดี 20 สมัย มีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมกับ สปอร์ติ้ง ลิสบอน โดย "ปีศาจแดง" ดึงนักเตะจากยอดทีมแดนฝอยทองมาแล้วหลายคนทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้, มาร์กอส โรโฮ, บรูโน่ แฟร์นันด์ส และ หลุยส์ นานี่ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา