รายได้ต่อปีเท่าไหร่..ถ้าเป็นผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าเบอร์ 1 ของไทย

เพิ่งจะบอกปัดข้อเสนอสุดงดงามจากไชนีส ซุปเปอร์ลีกของจีนที่ให้ค่าจ้างต่อการตัดสิน 1 แมตช์ 1 แสนบาท และเบี้ยเลี้ยงอีกวันละ 1 หมื่น การันตีเดือนเดียวที่จ้างไปเกิน 5 แสนบาท ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่า ผู้ตัดสินรายได้จะงดงามแบบนี้หรือไม่ถ้าไม่ถูกจ้างไปเป็นพิเศษ
    “เปาโค้ช”ศิวกร ภูอุดม ฟีฟ่าอีลิตที่ถูกยกให้เป็นผู้ตัดสินระดับตัวท็อปเบอร์หนึ่งของไทยในตอนนี้ ได้เปิดเผยถึงรายได้ของการตัดสินของตัวเองว่า ถ้าเป็นก่อนช่วงโควิดเมื่อปีที่แล้ว จะได้รับค่าตัดสินแมตช์ละ 1 หมื่นบาท โดยเดือน ๆ หนึ่งมี 3-4 แมตช์ก็จะได้เดือนละประมาณ 4 หมื่นบาท

        “ถ้าคิดเป็นต่อปีก็ได้อยู่ในราว 2.4 แสนบาท เพราะไม่ได้เป่าทั้งปี ขณะที่ถ้าไปเอเอฟซี จะได้เบี้ยเลี้ยงวันละ 200 เหรียญหรือ 6,000 บาทในช่วงเดินทาง แมตช์แข่งก็ได้เท่ากัน แต่จะได้ค่อนข้างยาวหน่อย ปีที่แล้วผมมีรายได้จากเอเอฟซี ก็ตกประมาณ 2 แสนกว่า รวมแล้วต่อปีก็รับประมาณ 5 แสนบาททั้งลีกไทยและเอเอฟซี ไม่รวมการถูกเชิญไปตัดสินบอลลีกของเพื่อนบ้าน ถามว่าอยู่ได้ไหม ก็ได้ล่ะครับ เพราะงานจะเข้ามาเรื่อย ๆ ยิ่งผลงานดี รายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้นตามฝีมือและผลงานไปด้วยครับ”

“แม็กไกวร์” ทำสถิติหายากหลังโดนไล่ออกที่เวมบลีย์

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ปราการหลังร่างใหญ่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำสถิติหายากในทีมชาติอังกฤษ ที่ก่อนหน้านี้มีเพียงแค่ 2 รายที่ทำได้ หลังเจ้าตัวถูกไล่ออกในเกมเจอกับ เดนมาร์ก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา
                แฮร์รี่ แม็กไกวร์ เซนเตอร์แบ็กกัปตันทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลายเป็นแข้งทีมชาติอังกฤษรายที่ 3 ในประวัติศาสตร์ ที่ถูกไล่ออกในการเตะที่สังเวียนแข้ง เวมบลีย์ หลังเจ้าตัวได้รับใบแดงตั้งแต่ช่วงครึ่งแรกในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เอ กลุ่มสอง นัดที่ "สิงโตคำราม" แพ้ เดนมาร์ก คาบ้าน 0-1 เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา

              แม็กไกวร์ ได้รับใบเหลืองแรกตั้งแต่นาทีที่ 5 ก่อนมาโดนอีกเหลืองในนาทีที่ 31 หลังเข้าหนักใส่ แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก ทำให้ ปราการหลังร่างยักษ์วัย 27 ปี กลายเป็นนักเตะ "ทรีไลอ้อนส์" คนที่ 3 ที่โดนไล่ออกในเกมที่ เวมบลีย์ ต่อจากสองตำนานมิดฟิลด์อย่าง พอล สโคลส์ (เจอ สวีเดน เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 1999) และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด (เจอ ยูเครน เมื่อเดือนกันยายน ปี 2012) 

              เกมนี้ เดนมาร์ก ได้ประตูชัยจากการสังหารลูกจุดโทษของ คริสเตียน อีริคเซ่น ในนาทีที่ 35 ซึ่งนี่ถือเป็นครั้งแรกที่ อังกฤษ เสียประตูจากลูกจุดโทษและมีผู้เล่นถูกไล่ออกในเกมเดียวกัน นับตั้งแต่เกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายศึก เวิลด์ คัพ 1998 ที่ อังกฤษ เจอกับ อาร์เจนตินา (เดวิด เบ็คแฮม โดนไล่ออก)

นักข่าวสายหงส์เชื่อสามประสานลิเวอร์พูลเล่นด้วยกันปีสุดท้าย

เอียน ดอยล์ นักข่าวของ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นของเมืองลิเวอร์พูล เชื่อว่าจะมีคนใน 3 แนวรุกชุดปัจจุบันของ ลิเวอร์พูล ที่จะต้องบอกลาทีมหลังจบซีซั่นนี้ พร้อมเดาว่า ซาดิโอ มาเน่ น่าจะเป็นคนที่มีโอกาสโดนโละมากที่สุด
  
เอียน ดอยล์ นักข่าวคนดังของ ลิเวอร์พูล เอ็คโค่ สื่อท้องถิ่นชั้นนำประจำเมืองลิเวอร์พูล แสดงความเชื่อว่าฤดูกาล 2020-21 จะเป็นซีซั่นสุดท้ายที่ ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะได้เล่นร่วมกันที่ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

3 แนวรุกตัวจริงของ ลิเวอร์พูล ในตอนนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดของทวีปยุโรปมาพักหนึ่งแล้ว แต่มันก็ทำให้พวกเขาตกเป็นข่าวเกี่ยวกับการย้ายทีมอย่างต่อเนื่องด้วย โดยทั้งหมดยังมีสัญญากับ "หงส์แดง" จนถึงช่วงซัมเมอร์ ปี 2023

ดอยล์ กล่าวในช่วงถาม-ตอบกับคนอ่านว่า "ที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล ขายนักเตะได้ดี และนั่นก็ทำให้ช่วงซัมเมอร์ของปีหน้ามันน่าสนใจมากๆ เพราะผมก็ยังเชื่อว่านี่จะเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่ ซาลาห์, มาเน่ และ ฟีร์มิโน่ จะได้เล่นร่วมกัน ใครใน 3 คนนั้นที่จะย้ายออกไปน่ะเหรอ ? ผมเองก็ไม่รู้หรอก อย่าลืมนะว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของผมเท่านั้น แต่ที่จริงแค่การที่แนวรุกคู่หนึ่งจะได้เล่นร่วมกัน 4 หรือ 5 ปีมันก็ถือว่าหาได้ยากแล้ว ยิ่งเป็นแนวรุกที่มี 3 คนนี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย"

"ถ้าจะให้ผมเดาโดยที่วางเงินเดิมพันสัก 1 เพนนีแล้วล่ะก็ผมก็คงจะเดาว่าเป็น มาเน่ เพราะ ลิเวอร์พูล จะได้เงินก้อนโตจากการขายเขา แต่ตอนนี้มันก็ไม่มีนักเตะตัวจริงคนไหนที่อยากย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล น่ะนะ คือถ้าคุณเป็นคนในกลุ่มนั้นนี่คุณจะอยากย้ายออกจากทีมในตอนนี้ไปทำไมกัน จริงไหมล่ะ ? (สื่อว่า ลิเวอร์พูล กำลังมีลุ้นความสำเร็จจนไม่น่าจะมีใครอยากย้ายออกจากทีมหากเป็นตัวจริงกับทีมอยู่แล้ว)"

หาเหตุผลทีมเจลีก ไม่เลือกใช้ ‘กวินทร์’ และ ‘ธีรศิลป์’

รายแรก ‘ธีรศิลป์ แดงดา’ กองหน้าวัย 32 ปี ไม่มีชื่อแม้กระทั่งตัวสำรอง 2 เกมเจลีกหลังสุด มีกระแสข่าวอย่างหนักว่า สามารถตกลงค่าตัวที่ 24 ล้านบาท พร้อมค่าเหนื่อย 750,000 ต่อเดือน เตรียมเข้ามาเล่นให้กับ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ในช่วงเลกสองไทยลีกฤดูกาล 2020-2021 นี้ เคสนี้ ‘มุ้ย’ ไม่ได้หมดอนาคตของ ‘ชิมิสึ เอส-พัลส์’ แต่ว่าเป็นการเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตนเอง

สัญญาของกองหน้าทีมชาติไทยจะหมดลงกับยอดทีมแห่งถิ่นนิฮงไดระ สเตเดี้ยม หลังจบฤดูกาล 2021 สอดคล้องกับเจลีกฤดูกาลนี้ไม่มีการตกชั้น ทำให้เราเห็นได้ว่า ‘ปีเตอร์ ชคลามอสกี้’ กุนซือใหญ่ได้ทำการทดลองทีมที่แตกต่างออกไป แม้จะดูเหมือนยังหาความลงตัวไม่ได้จากผลงานที่ย่ำแย่ นั้นเป็นสิ่งที่สะท้อนว่าเขายังจะได้ทำทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าแน่นอน จึงได้ทำการทดลงระบบการเล่นทั้งแผนการเล่น 4-2-3-1 ในช่วงต้นฤดูกาล จนเปลี่ยนมาเป็น 3-5-2 ในปัจจุบัน

กุนซือชาวออสเตรเลียวัย 41 ปี ใช้ผู้รักษาประตู 3 คน , ให้โอกาสผู้เล่นอายุต่ำกว่า 20 ปี ลงสนามประเดิมเจลีกฤดูกาลนี้หลายต่อหลายคน , ยกเลิกสัญญายืมตัว มาโกโตะ โอกาซากิ กองหลังวัย 22 ปี ที่ยืมมาจากเอฟซี โตเกียว กลับต้นสังกัด เพราะคงเลือกที่จะไม่ใช้งานแน่นอนในฤดูกาลหน้า เพราะถ้าหากอยากใช้ต่อจริง ก็คงมีสัญญาซื้อขาดไปแล้ว

นั่นหมายความว่าหาก ‘ปีเตอร์’ ไม่ได้มอง ‘มุ้ย’ ในแผนงานการทำทีมฤดูกาลหน้า ที่จะเข้มข้นเพราะระบบการแข่งขันปกติมีการตกชั้นจะกลับมา ก็ไม่มีความจำเป็นต้องใช้งานเพื่อแผนอนาคต การย้ายออกจากทีมไปสู่ทีมไทยลีกที่ลุ้นแชมป์ไทยลีก และพื้นที่ถ้วยเอเชีย นั่นเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

กรณีของ ‘กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์’ ก็เช่นกัน ตั้งลงเล่น 90 นาทีเต็ม 2 เกมในฟุตบอลถ้วย แต่กลับในเกมลีกไม่ได้รับโอกาสลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว ซ้ำร้ายพอ ทาคาโนริ ซูเกโนะ นายทวารตัวจริงวัย 36 ปี ฟอร์มตก ‘ตอง’ กลับไม่ได้รับโอกาสลงสนาม แต่ ‘มิไฮโล เปโตรวิช’ เลือกใช้ ‘โคจิโร่ นากาโนะ’ นายทวารวัย 21 ปี เจ้าของส่วนสูง 2 เมตร ที่ยังเรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัยลงเล่นเป็นตัวจริงไปแล้ว 3 เกม

แบบนี้ไม่ใช่เรื่องของการต้องการผู้รักษาประตูใช้เท้าเพื่อให้เข้ากับสไตล์เจลีกอะไรแล้ว คำถามก็คือสัญญายืมตัวของ ‘กวินทร์’ 2 ฤดูกาล บอร์ดบริหารซัปโปโรมีท่าที่อย่างไรกับสัญญานี้ เพราะหากยังเป็นสัญญายืมตัวอยู่ มันเป็นเหตุผลได้ที่ กุนซือชาวเซอร์เบีย ไม่มีความจำเป็นต้องใช้ผู้รักษาประตูในทีมชาติไทย เพราะว่านี่ไม่ใช่การสร้างทีมเพื่อต่อยอดในอนาคต

สถานะของนายทวารวัย 30 ปี ต้องการโอกาสการลงเล่น เพราะในตอนนี้เขาเสียสถานะมือหนึ่งทีมชาติไทยไปได้สักพัก ฉะนั้นโอกาสการลงสนามเพื่อสูจน์ตัวเอง เรียกความมั่นใจกลับมาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากยังไม่ได้รับโอกาสแบบนี้ การหาทางออกกลับมาเล่นไทยลีกอีกครั้งเป็นทางออกที่เป็นไปได้และมีประโยชน์ที่สุดแล้ว

โปรตุเกสแถลงโรนัลโด้ติดเชื้อโควิด-19

ซีอาร์เซเว่นต้องถอนตัวออกจากทีมชาติโปรตุเกส หลังถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19
สหพันธ์ฟุตบอลโปรตุเกส แถลงผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการเปิดเผยเรื่องที่ คริสเตียโน โรนัลโด้ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19

ดาวเตะวัย 35 ปี มีผลตรวจโควิด-19 ครั้งล่าสุดออกมาเป็นบวก ทำให้ต้องถอนตัวจากทีมชาติโปรตุเกสชุดเตรียมลงเล่นในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก พบกับสวีเดนในคืนวันพุธนี้ทันที

ขณะที่ผลตรวจของนักเตะโปรตุเกสรายอื่น ๆ นั้นออกมาเป็นลบทั้งหมด ทำให้สามารถลงฝึกซ้อมในวันนี้ (อังคารที่ 13 ตุลาคม) ได้ตามปกติ ส่วนทาง โรนัลโด้ ก็ถูกแยกไปกักตัวแล้ว ซึ่งเจ้าตัวนั้นก็ไม่ได้มีอาการป่วยแต่อย่างใด
ทั้งนี้ โปรตุเกส จะสามารถลงแข่งขันได้ตามปกติ ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก นัดที่ 4 ของลีก A กลุ่ม 3 ด้วยการเปิดสนามโชเซ อัลวาลาด ในเมืองหลวงกรุงลิสบอน ต้อนรับการมาเยือนของ สวีเดน คืนวันพุธที่ 14 ตุลาคม คิกออฟ 1.45 น. ตามเวลาไทย

แฉโด้,รามอสไม่คุยกันตั้งแต่โมดริชได้บอลทองคำ

สื่อดังแดนกระทิงดุ รายงาน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ เซร์คิโอ รามอส ไม่ได้พูดคุยกันเลยมานานนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช ได้บอลทองคำเมื่อปี 2018 โดยเหตุผลสำคัญเพราะ กัปตันเรอัล มาดริด ไม่พอใจปฏิกิริยาของ "เฮียโด้" ตอนที่ สตาร์ชาวโครแอต ได้บัลลง ดอร์ ไปครอบครอง
               คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ กับ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังจอมแกร่ง ซึ่งคว้าแชมป์ร่วมกับ 15 รายการในช่วงที่เล่นให้กับ "ราชันชุดขาว" เรอัล มาดริด ไม่ได้พูดคุยกันมานาน  2 ปีนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ จากการเปิดเผยของ มาร์ก้า สื่อดังในประเทศสเปน
              อดีตเพื่อนร่วมสังกัด "โลส บลังโกส" มีโอกาสจะได้พบกันอีกครั้งในแมตช์ที่ โปรตุเกส ปะทะ กับ สเปน ในเกมอุ่นเครื่องวันพุธที่ 7 ตุลาคมนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยพวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมานานนับตั้งแต่ที่ โมดริช คว้ารางวัลบอลทองคำเมื่อปี 2018

              "มาร์ก้า" รายงานว่า รามอส และเพื่อนร่วมทัพ "ราชันชุดขาว" ไม่สนใจ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสซึ่งปัจจุบันเล่นให้กับ "ม้าลาย" ยูเวนตุส อีกเลยหลังจากที่ "ซีอาร์ 7" แสดงปฏิกิริยาเย็นชาจากการที่ตนเองต้องพลาดได้รางวัลทรงเกียรติซึ่งตกเป็นของ เพลย์เมกเกอร์ทีมชาติโครเอเชีย

              ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อน โรนัลโด้ เคยให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดที่พลาดได้บัลลง ดอร์ ในปีนั้นว่า "แน่นอน ผมผิดหวัง…เวลาอยู่ในสนามผมทำทุกอย่างเพื่อคว้าบัลลง ดอร์ แต่ผมไม่ค่อยแฮปปี้ถ้าผมไม่ได้รางวัล ผมมีเพื่อนและครอบครัวที่แสนดี ผมเล่นให้กับหนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ (เรอัล มาดริด)"

              "ขอแสดงความยินดีกับ โมดริช ซึ่งได้รับรางวัลนี้ แต่ในปีหน้าเราจะต้องเจอกันอีกครั้ง และผมจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างที่ผมมีเพื่อที่จะคว้ารางวัลนี้อีกครั้ง คุณคิดว่าผมจะกลับบ้านแล้วร้องไห้ไหมละ ?" อดีตดาวเตะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ระบุ

ยุติดราม่า! “รามอส” ชักภาพร่วมโด้หลังเกมอุ่นเกือก

เซร์คิโอ รามอส กัปตันทีมเรอัล มาดริด โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ หลังจบเกมที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส แบบไร้สกอร์ แมตช์อุ่นเกือกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเป็นการยืนยันว่าความบาดหมางที่ไม่คุยกันมานาน 2 ปีไม่มีอีกต่อไปแล้ว
               เซร์คิโอ รามอส เซนเตอร์แบ็กจอมแกร่ง เรอัล มาดริด โพสต์ภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อเป็นการยุติประเด็นดราม่ากรณีที่มีการแฉว่าตนกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ได้พูดคุยกันมานาน 2 ปี หลังจบแมตช์ที่ สเปน เสมอ โปรตุเกส 0-0 เกมอุ่นเครื่อง เมื่อวันพุธที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

              ก่อนหน้าแมตช์นี้มีการแฉกันสนั่นโลกว่า รามอส กับ โรนัลโด้ ซึ่งเล่นร่วมกันที่ เรอัล มาดริด ไม่คุยกันอีกเลยนับตั้งแต่ที่ ลูก้า โมดริช เพลย์เมกเกอร์ชาวโครเอเชีย คว้ารางวัลบัลลง ดอร์ เมื่อปี 2018 เนื่องจากไม่พอใจปฏิกิริยาที่แสนเย็นชาของ "ซีอาร์ 7" หลังจากที่เจ้าตัวพลาดได้รางวัลทรงเกียรติ

             อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการยุติข้อพิพากต่างๆ รามอส ได้เดินเข้าไปในห้องแต่งตัวทีมชาติโปรตุเกส พร้อมกับชักภาพถ่ายรูปร่วมกับ สตาร์ลูกหนัง "ม้าลาย" ยูเวนตุส ซึ่งทั้งคู่ได้โชว์เสื้อแข่งหมายเลข 7 ทีมชาติโปรตุเกสของ "เฮียโด้" โดยงานนี้ เปเป้ กองหลังฝอยทองที่เคยร่วมงานกับทั้งสองคนในทัพ "ราชันชุดขาว" ก็อยู่ในเฟรมเพื่อเป็นสักขีพยานด้วย

             กัปตันทีม "โลส บลังโกส" โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่าน "เฟซบุ๊ค" สื่อสังคมออนไลน์ยอดนิยมว่า "เรายังอยู่ที่นี่…และสิ่งที่ยังคงหลงเหลืออยู่ก็คือความสุขที่ได้เจอกับเพื่อนๆ ของคุณ เรายังอยู่ใกล้ๆ กัน….และยังมีอะไรอีกมากมายที่จะเข้ามา ! มันช่างมีความสุขที่ได้พบกับพวกนาย, เหล่าเพื่อนผองของผม @Cristiano Ronaldo @Pepe."

 

ใครนะ? ทำ “หญิงเป๋อ” ช้ำใจได้ลงคอ

เธอผู้นี้เคยสร้างความฮือฮาให้กับโลกโซเชียล ที่มาพร้อมๆกับช่วง โควิด-19 ระบาดในเมืองไทย ที่ทีมงานฟุตบอลสยาม ,สยามสปอร์ต ได้เคยนำภาพและประวัติของเธอมานำเสนอ ถือว่าปัง เอาเรื่องทีเดียว กับการเปิดวาร์ป ของเธอ
    วันนี้ทีมงานทราบมาว่า เปาสาวนามว่า "หญิงเป๋อ" ครองขวัญ สาขา จากจ.สกลนคร ส่อแววอกหักซะแล้ว ตามแคปชั่นในแอปไลน์ของเธอ ที่ ระบุว่า "ทำไมเมื่อมีรัก ฉันจึงต้องช้ำใจ"

    ใครกันนะทำให้หัวใจสาวสวยดีกรีผู้ตัดสินหญิง รายนี้เศร้าได้ บอกใบ้ให้ละกันว่าเป็นนักฟุตบอลด้วยนะ แถมเป็นนักบอลที่เป็นพี่น้องนักบอลอีกต่างหาก บอกใบ้แค่นี้พอ

    ใครจะอาสาดามอกให้ "หญิงเป๋อ" ลองไปดักเจอเธอตามสนามฟุตบอลก็แล้วกัน ล่าสุดเห็นเธอไปตัดสินในรายการ MOL ลีกที่สนามหนึ่งด้วย

 

บาเยิร์นยิ่งใหญ่! ตัวสำรองทีเด็ดต่อเวลาสอยเซบีย่าซิวซูเปอร์ คัพ

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ยังคงความยิ่งใหญ่ในยุโรปต่อเนื่อง หลังโดน เซบีย่า ออกนำไปก่อนแต่จบเสมอกัน 1-1 ใน 90 นาที ทว่าช่วงต่อเวลามีทีเด็ดจากแนวรับสำรองอย่าง "ฆาบี มาร์ติเนซ" ลงมาโขกสกอร์สำคัญพาทีมเถลิงโทรฟี่รายการนี้เป็นสมัยที่ 2 หลังเคยทำได้เมื่อปี 2013 ในการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2020 คืนวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา

สนาม : ปุสกัส อารีน่า, บูดาเปสต์ (สนามกลาง)

     ศึกฟุตบอลยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ 2020 คืนวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค เจ้าของแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก 6 สมัย ส่วนถ้วยนี้เคยสัมผัสมาเมื่อปี 2013 เกมเปิดลีกเมืองเบียร์ถล่มโหด ชาลเก้ นัดนี้ ฮันซี่ ฟลิค นายใหญ่ของทีมใส่ผู้เล่นเต็มสูบแนวรุกลงครบทั้ง "เลวานดอฟสกี้-นาบรี้" มีตัวทีเด็ด "ลีรอย ซาเน่" พร้อมกระชากทะลวงคู่แข่ง เซบีย่า แชมป์ยูโรปาลีก 6 สมัย แถมเคยได้โทรฟี่รายการนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง ปี 2006 จูเลน โลเปเตกี กุนซือทีมหวังสู้สุดใจ ใส่ขุนพล "เดอ ยองก์-โอกัมโปส" ผนึกกำลังสู้ โดยเกมนี้ ยูฟ่า อนุญาตให้แฟนบอลจำนวน 20,000 คน เข้าสนามชมการแข่งขันในศึกซูเปอร์คัพ ที่กรุงบูดาเปสต์ เพื่อเป็นการทดลองสำหรับใช้งานจริงในอนาคต

     เสือใต้บุกก่อนนาทีที่ 2 เลออน โกเร็ทซ์ก้า ดักบอลจ่ายของ ฌูลส์ กุนเด้ ผู้เล่นเซบีย่า ก่อนไหลบอลเข้าเขตโทษด้านขวาไปที่ แซร์จ นาบรี้ ซัดเร็วทันทีแต่บอลเข้ามือ ยาสซีน โบโน่ นายด่านทีมลีกสเปนล้มตัวรับไว้ได้

     เซบีย่าออกนำนาทีที่ 12 ซูโซ่ แทงบอลกลางสนามออกมาให้ เฆซุส นาบาส หยอดบอลจากริมสนามทางขวา บอลลอยมาเข้าหัว ลุค เดอ ยองก์ โหม่งชงมาที่ อิวาน ราคิติช วิ่งมาหวังทำสกอร์แต่ถูก ดาวิด อลาบา กระแทกล้มไปตรงเขตโทษ 8 หลา กรรมการชี้จุดโทษ ลูกัส โอกัมโปส อาสาซัดเรียดทางซ้ายมือเข้าไปตุงตาข่าย

     พี่เสือชวดโอกาสนาทีที่ 22 เลออน โกเร็ทซ์ก้า ทิ่มบอลต่อให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้  เปิดปาดบอลเขตโทษด้านขวามาหน้าเขตโทษ โธมัส มุลเลอร์ ปรี่มาพร้อม ฌูลส์ กุนเด้ กองหลังคู่แข่ง ทว่าแนวรุกเสือใต้กระหน่ำแต่บอลผิดเหลี่ยมปลิ้นออกข้างเสาสองไปแทน

     ถัดมานาทีที่ 26 โธมัส มุลเลอร์ กระชากบอลริมสนามทางซ้ายเข้ามาถึงกลางเขตโทษ แทงป้ายบอลไปที่ เบนฌาแม็ง ปาวาร์ ยืนรออยู่เขตโทษฝั่งขวา ตัดสินใจยิงบอลเต็มแรง บอลพุ่งตรงเหินออกข้างเสาด้านซ้ายไปแบบมีลุ้น

     บาเยิร์นยังพยายามนาทีที่ 30 มานูเอล นอยเออร์ วางบอลโด่งทิ้งมาด้านหน้า ผู้เล่นเซบีย่าเข้าบอลกันพลาด บอลทะลักมาหา โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ลากบอลเบียดมากับ ดีเอโก้ การ์ลอส เข้าเขตโทษด้านขวา ก่อนรีบหวดเร็ว แต่เป็น ยาสซีน โบโน่ นายด่านคู่แข่งออกมาปิดมุมรับได้อยู่มือ

     เสือใต้ตามเจ๊านาทีที่ 34 แซร์จ นาบรี้ เลี้ยงบอลจากริมเส้นทางขวา จ่ายสั้นให้ โธมัส มุลเลอร์ ดีดบอลไซต์ก้อยหน้ากรอบเขตโทษเข้าเขตโทษเกือบ 8 หลา โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หันหลังยกเท้าตบบอลย้อนกลับเข้ากลางเขตโทษให้ เลออน โกเร็ทซ์ก้า ตามมากระทุ้งบอลผ่านมือนายทวารเซบีย่าเข้าไป จบ 45 นาที เสมอกัน 1-1

     เซบีย่าเกือบนำอีกนาทีที่ 46 ลูกัส โอกัมโปส กระโดดไขว้ขาจ่ายบอลต่อไปที่ ซูโซ่ โยกมาเปิดบอลทางซ้ายของสนามเข้าเขตโทษ ลุค เดอ ยองก์ วิ่งมารอยิงบอลที่เสาแรกแต่ยังถูก มานูเอล นอยเออร์ มือกาวเสือใต้ปัดออกหลังทัน

     แชมป์บุนเดสสุดเซ็งนาทีที่ 51 เบนฌาแม็ง ปาวาร์ จับบอลโด่งจากกลางสนามตรงเส้นเขตโทษทางขวา ไหลต่อให้ ลีรอย ซาเน่ หยอดบอลเข้าไปในเขตโทษให้ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้  สลัดตัวประกบโขกต่อไปที่ โธมัส มุลเลอร์ ก่อนหัวหอกอินทรีเหล็กตบคืนกลับมาที่ดาวยิงโปแลนด์ยิงเข้าไป กรรมการเช็ควีเออาร์เป่าเป็นลูกล้ำหน้าของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้  ไปจังหวะแรก

     ยักษ์เมืองเบียร์บุกนาทีที่ 58 ลีรอย ซาเน่ แตะบอลไขว้หลังริมสนามด้านขวาให้ โธมัส มุลเลอร์ กระชากบอลมาทางกลางสนามป้ายออกข้างด้านซ้ายให้ แซร์จ นาบรี้ เลี้ยงมายิงบอลหน้ากรอบเขตโทษด้านซ้ายแต่ยังโดนนายด่านเซบีย่าเซฟได้ บอลไม่พ้นอันตรายลอยโด่งเข้าเท้า ลีรอย ซาเน่ หวดซ้ำจังหวะเดียวทว่า ดีเอโก้ การ์ลอส กองหลังคู่แข่งตามมาขวางเคลียร์ทิ้งออกไป

     ต่อมานาทีที่ 63 ลูกัส เออร์นันเดซ เปิดบอลริมสนามทางซ้ายข้ามฟากมาที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เหนี่ยวตัว เซร์คิโอ เอสคูเดโร กองหลังคู่แข่งล้มลงก่อนโหม่งย้อนตรงเขตโทษฝั่งขวามาที่ เลออน โกเร็ทซ์ก้า ยิงบอลเข้าหากรอบถูกนายด่านเซบีย่าทุบมาเข้าทาง ลีรอย ซาเน่ ซัดเข้าไป แต่เชิ้ตดำชี้เป็นลูกฟาวล์ของหัวหอกเสือใต้จังหวะดึงก่อนแล้ว

     ทีมดังลาลีกาเกือบเฮนาทีที่ 87 จากลูกเตะมุมของเสือใต้ ดาวิด อลาบา ดันขึ้นสูงไปเตะบอลวืดถูก โอลิเวียร์ ตอร์เรส ตามมาเลี้ยงบอลลุยโต้กลับมากลางสนาม ก่อนไหลเข้าเขตโทษด้านซ้ายไปที่ ยูเซฟ อ็อง-เนไซริ หัวหอกสำรองแตะบอลเข้าไปยิงคนเดียว ทว่ายังมี มานูเอล นอยเออร์ ออกมาขวางลูกยิงสกัดออกหลังแบบมีเสียวสำหรับบาเยิร์น หมด 90 นาทียังเสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ 120 นาที

     เข้าช่วงต่อเวลานาทีที่ 92 เซร์คิโอ เอสคูเดโร จ่ายบอลขึ้นหน้าไปที่ ยูเซฟ อ็อง-เนไซริ หลุดกับดักแนวรับเสือใต้ลากบอลเข้าเขตโทษทางซ้าย หัวหอกเซบีย่าแตะหลอก ดาวิด อลาบา ที่ตามมาประกบยิงหักเรียดไปที่เสาแรก แต่ความยอดเยี่ยมของ มานูเอล นอยเออร์ ใช้เท้าแหย่ป้องกันบอลกระเด้งชนเสา กระดอนออกมา พี่เสือรอดพ้นวิกฤติอีกหน

     เสือใต้นำสำเร็จนาทีที่ 104 โยชัว คิมมิช โยนลูกเตะมุมทางขวา บอลลอยมาตกในเขตโทษ ดีเอโก้ การ์ลอส กองหลังเซบีย่าโหม่งสกัดบอลไม่เคลียร์โดน ดาวิด อลาบา ฉกมายิงในเขตโทษ ยาสซีน โบโน่ นายด่านคู่แข่งปัดออกมาได้ทว่าบอลยังลอยอยู่หน้าเขตโทษระยะ 6 หลา ก่อนเป็น ฆาบี มาร์ติเนซ ที่เป็นตัวสำรองลงมาโขกสวนส่งบอลเข้าตุงตาข่าย จบเกม บาเยิร์น ชนะต่อเวลา เซบีย่า ครองแชมป์ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ เป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 2013

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

บาเยิร์น มิวนิค (4-2-3-1): มานูเอล นอยเออร์,เบนฌาแม็ง ปาวาร์,ลูกัส เออร์นันเดซ (ฆาบี มาร์ติเนซ น.99),นิคลาส ซือเล่,ดาวิด อลาบา (เยโรม บัวเต็ง น.112),เลออน โกเร็ทซ์ก้า (อัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ น.99),โยชัว คิมมิช,ลีรอย ซาเน่ (โกร็องแต็ง โตลิสโซ่ น.71),โธมัส มุลเลอร์,แซร์จ นาบรี้,โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 

เซบีย่า (4-3-3): ยาสซีน โบโน่,เฆซุส นาบาส,ดีเอโก้ การ์ลอส,ฌูลส์ กุนเด้,เซร์คิโอ เอสคูเดโร,โจน จอร์ดาน (ฟรังโก้ วาซเกซ น.94),แฟร์นานโด,อิวาน ราคิติช (โอลิเวียร์ ตอร์เรส น.56),ซูโซ่ (เนมานย่า กูเดลจ์ น.72),ลุค เดอ ยองก์ (ยูเซฟ อ็อง-เนไซริ น.56),ลูกัส โอกัมโปส

แลมพาร์ดเผย!สาเหตุไม่ส่งแวร์เนอร์ยิงจุดโทษ

 แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี แจงแล้ว สำหรับประเด็นที่ ติโม แวร์เนอร์ ไม่ถูกเลือกเป็นตัวสังหารจุดโทษช่วงดวลเป้า พร้อมยันพอใจฟอร์มโดยรวมของ "สิงห์บลูส์" แม้สุดท้ายถูก สเปอร์ส เขี่ยตกรอบสี่ คาราบาว คัพ
     แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เปิดเผยว่า สาเหตุที่ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าดาวดังคนใหม่ ไม่ถูกเลือกเป็นหนึ่งในห้าจอมสังหาร ช่วงดวลจุดโทษตัดสินหาผู้ชนะ เป็นเพราะเจ้าตัวมีอาการตะคริว หลังจากที่ "สิงห์บลูส์" แพ้ดวลเป้า "ไก่เดือยทอง" 4-5 (เสมอ 1-1 ใน 90 นาที) ในศึก คาราบาว คัพ รอบสี่ ณ สังเวียนแข้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา

     แวร์เนอร์ กดประตูสุดสวยให้ เชลซี ขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 19 ก่อนที่ สเปอร์ส จะมาได้ประตูตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 83 จาก เอริค ลาเมล่า และจบเกมด้วยสกอร์ดังกล่าว ทำให้ต้องไปตัดสินหาผู้ชนะในการดวลจุดโทษ ซึ่งตอนแรกคาดกันว่า แวร์เนอร์ คือหนึ่งในจอมสังหารที่ แลมพาร์ด ไว้ใจ

     อย่างไรก็ตาม หัวหอกทีมชาติเยอรมนีวัย 24 ปี กลับไม่ถูกเลือก และสุดท้าย เชลซี แพ้ดวลจุดโทษ พร้อมกระเด็นตกรอบ โดยที่ เมสัน เมาท์ ซึ่งเป็นคนสังหารรายสุดท้ายของทีม ยิงเช็ดเสาออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย 

     "ในช่วงท้ายเกม ติโม แวร์เนอร์ ดันเป็นตะคริว เขาเลยไม่ได้ยิงจุดโทษ" แลมพาร์ด แจงหลังจบเกม "เราดูล้าๆ ไป ซึ่งมันเป็นสิ่งที่พอเข้าใจได้ เราเป็นฝ่ายครองเกมในช่วงครึ่งแรก ซึ่งผมแฮปปี้มากๆ แต่ช่วงครึ่งหลังมันแตกต่างออกไป อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นการดวลจุดโทษ อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ เราตกรอบก็จริง แต่มันก็มีหลายอย่างที่น่าพอใจ"