บาร์ซ่าชุดผสม! “เมสซี่” บัญชาทัพรับเฟเรนซ์วารอสศึก ชปล.

โรนัลด์ คูมัน นายใหม่ "เจ้าบุญทุ่ม" ต้องกู้หน้าจากเกมที่แล้วหลัง พลาดท่าพ่าย เคตาเฟ่ ความพร้อมยังขาดตัวหลักหลายรายแนวรุกไว้ใจ ลิโอเนล เมสซี่ บัญชาทัพลุย ส่วนทาง เซอร์เก เรบรอฟ นายใหญ่ เฟเรนซ์วารอส แชมป์ลีก ฮังการี เจองานหินเตรียมส่ง มีร์โต้ อูซูนี่ ลงล่าสกอร์สู้ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม จี คืนวันอังคารที่ 20 ต.ค. นี้

ปรีวิวฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กลุ่ม จี 
วันอังคารที่ 20 ตุลาคม 2563
บาร์เซโลน่า (สเปน) – เฟเรนซ์วารอส (ฮังการี)
เวลา : 02.00 น.

สนาม : คัมป์ นู

    โรนัลด์ คูมัน นายใหม่บาร์ซ่า รองแชมป์ลา ลีกา มีแนมโน้มจะประเดิมเส้นทางยูซีแอลฤดูกาลนี้ด้วยทีมชุดผสม หลังจากที่เพิ่งพลาดท่าแพ้เคตาเฟ่ อีกทั้งยังมีมหาศึก "เอล กลาซิโก้"  รับมือ เรอัล มาดริด รออยู่ในวันเสาร์ที่จะถึง

    ที่แน่ ๆ กุนซือชาวดัตช์ยังคงหมดสิทธิ์ใช้งาน มาร์ก-อันเดร แทร์ ชเตเก้น โกลมือหนึ่ง และ จอร์ดี้ อัลบา แบ็กซ้ายที่พักรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ เท่ากับว่า เนโต้ และ จูเนียร์ ฟีร์โป ได้ออกสตาร์ทชัวร์

    ส่วน ซามูแอล อุมติตี้ เซนเตอร์แบ็กเฟร้นช์แมนที่เดี้ยงอีกรายนั้น ช่วงหลังหลุดสำรองยาวถือว่าไม่มีผลกระทบ

    อย่างไรก็ดี ลิโอเนล เมสซี่ ยอดดาวยิงกัปตันทีมยังคงพร้อมนำทัพ เช่นเดียวกับ อันซู ฟาติ และ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ที่หลุดตัวจริงชุดปราชัยเมื่อวันเสาร์ คอยประคองแข้งสำรองทั้ง โรนัลด์ อเราโฮ, มิราเล็ม ปานิช, ริกี ปุช รวมถึงเจ้าหนู ฟรานซิสโก้ ตรินเกา

    ในทางกลับกัน เคราร์ด ปีเก้, เซร์จี้ โรเบร์โต้, เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เฟร็งกี้ เดอ ยอง รวมถึง อองตวน กรีซมันน์ ซึ่งเพิ่งถูกวิจารณ์ฟอร์มอย่างหนัก จะหลุดโผตัวจริงไปในนัดนี้

    ฟากเฟเรนซ์วารอสแชมป์ลีกฮังการี ถือว่ามาไกลเกินคาดถึงรอบแบ่งกลุ่มฤดูกาลนี้ หลังจากรอบคัดเลือกเจอของแข็งทั้ง เซลติก และ ดินาโม ซาเกร็บ ก่อนผ่านโมลด์ในรอบเพลย์ออฟด้วยกฎประตูทีมเยือน

    สำหรับการจัดทัพไม่มีปัญหาบาดเจ็บเพิ่มเติม เป็นไปได้สูงมากๆ ที่ เซอร์เก เรบรอฟ กุนซืออดีตหอกคนดังทีมชาติยูเครน จะยึดเอา 11 ตัวจริงชุดที่ตีตั๋วมาได้

    แนวรุกนำโดย มีร์โต้ อูซูนี่ กองหน้าแอลเบเนีย และ ท็อคมัค เอ็นกูเอน ปีกนอร์เวย์เชื้อสายซูดานที่กดไป 7 ประตูจาก 10 เกมทุกรายการซีซั่นนี้

    ในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา เฟเรนช์วารอส ยังได้เซ็นสัญญา อดัม บ็อกดาน อดีตนายด่านลิเวอร์พูล มาแบบฟรี เอเจนท์ แต่นาทีนี้ เดเนส ดิบุส คือมือ 1 พ่วงตำแหน่งรองกัปตัน

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

    บาร์เซโลน่า (4-2-3-1) : เนโต้ – เซอร์จินโย่ เดสต์, โรนัลด์ อเราโฮ, เกลม็องต์ ล็องเล่ต์, จูเนียร์ ฟีร์โป – มิราเล็ม ปานิช, ริกี ปุช – ฟรานซิสโก้ ตรินเกา, ฟิลิปเป้ คูตินโญ่, อันซู ฟาติ – ลิโอเนล เมสซี่

ผู้จัดการทีม : โรนัลด์ คูมัน

    เฟเรนซ์วารอส (4-2-3-1) : เดเนส ดิบุส – เกอร์โก้ ลอฟเรนชิช, มิฮา บลาซิช, เอ็นเดร บ็อตก้า, มาร์เซล ไฮส์เตอร์ – โซมาเลีย, อีกอร์ คาราติน – โอเล็กซานเดอร์ ซุบคอฟ, ดาวิด ซิเกอร์, ท็อคมัค เอ็นกูเอน – มีร์โต้ อูซูนี่

ผู้จัดการทีม : เซอร์เก เรบรอฟ

ผู้ตัดสิน : ซานโดร แชเรอร์ (สวิตเซอร์แลนด์)

ใช่เหรอ? “พ่อปาร์เตย์” เผยแนะลูกปฏิเสธ “2 ทีมดัง” ชี้ไม่ท้าทายเพราะได้เล่นชปล.

เจค็อบ ปาร์เตย์ คุณพ่อบังเกิดเกล้าของ โธมัส ปาร์เตย์ ออกมาเปิดเผยว่าลูกชายของเขาได้รับความสนใจจาก ยูเวนตุส และ เชลซี ก่อนจะลงเอยกับ อาร์เซน่อล

ปาร์เตย์ เป็นกองกลางคนสำคัญของ แอตเลติโก มาดริด โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนตกเป็นข่าวกับ อาร์เซน่อล มาอย่างยาวนาน

มิดฟิลด์ทีมชาติกานาวัย 27 ปีเพิ่งย้ายมาร่วมทัพอาร์เซน่อล เมื่อตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมาด้วยค่าตัว 45 ล้านปอนด์ โดยล่าสุด พ่อของเขาออกมาเปิดเผยว่า

"เรารู้ว่ามีความสนใจจาก ยูเวนตุส และ เชลซี ผมสังเกตว่าลูกชายอยากเล่นให้ทีมระดับยูฟา แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ผมก็แนะนำเขาไปว่าทำไมไม่ลองไปทีมที่ไม่ได้เล่น แล้วช่วยให้พวกเขาได้ไปเล่นล่ะ?"

แฟนผี,ปืนรอชม!จับตา5แข้งดังเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่สุดสัปดาห์นี้

ตลาดซื้อ-ขายนักเตะช่วงซัมเมอร์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป มีนักเตะชื่อดังมากมายที่ตบเท้ามาค้าแข้งในเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซึ่งก็มีหลายคนที่้เราได้ยลฝีเท้ากันไปแล้ว อาทิเช่น ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ตซ์, ดอนนี่ ฟาน เดอร์ เบ็ค และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า แต่ก็ยังมีอีกหลายคนเช่นกันที่รอวันเปิดซิง เพราะดันมีโปรแกรมเกมทีมชาติมาขั้นกลางเสียก่อน ทว่าสุดสัปดาห์นี้เกม พรีเมียร์ลีก จะกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง และนี่คือ 5 นักเตะดาวดังที่อาจได้ลงเปิดซิงกับต้นสังกัดใหม่ในเกมลีกสูงสุดเมืองผู้ดี

– โธมัส ปาร์เตย์ (อาร์เซน่อล)

นี่คือการเซ็นสัญญาที่สาวก "เดอะ กันเนอร์ส" ตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ อาร์เซน่อล ปิดดีลคว้าตัวมาจาก แอตเลติโก มาดริด ได้สำเร็จ ทันเดดไลน์ปิดตลาดพอดี เมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม แน่นอนว่า ปาร์เตย์ ถูกคาดหวังไว้สูงมากๆ ในการเข้ามาช่วยยกระดับแดนกลางของทีม ซึ่งก็มีโอกาสไม่น้อยที่กุนซือ มิเกล อาร์เตต้า จะเลือกใช้บริการฝีเท้าของเจ้าตัวทันที ไม่ว่าจะเป็นตัวจริงหรือส่งลงสำรอง ในเกมบิ๊กแมตช์ที่ อาร์เซน่อล มีคิวบุกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ วันเสาร์นี้ และด้วยการที่เจอกับทีมแกร่งอย่าง "เรือใบสีฟ้า" มันจึงน่าจะเป็นบททดสอบที่ดีไม่น้อยสำหรับนักเตะค่าตัว 45 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,845 ล้านบาท) 

 – อเล็กซ์ เตลลิส (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

อาจเป็นซัมเมอร์ที่สโมสรเสริมทัพได้ไม่ค่อยโดนใจสาวก "เร้ด อาร์มี่" แต่ เตลลิส ถือเป็นนักเตะฝีเท้าดีที่น่าจะคาดหวังได้ หลังจากที่เจ้าตัวทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับ ปอร์โต้ และเกมบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ที่สังเวียนแข้ง เซนต์ เจมส์ พาร์ค วันเสาร์นี้ มีแนวโน้มสูงไม่น้อยเลยที่กุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา จะส่งฟูลแบ็กชาวบราซิเลียนวัย 27 ปี สู่ทีมตัวจริงทันที หลังจากที่ ลุค ชอว์ แบ็กซ้ายเลือดผู้ดี ทำผลงานได้น่าผิดหวังในเกมล่าสุดที่พ่ายยับต่อ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-6 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว

 – ริอาน บรูว์สเตอร์ (เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด)

 บรูว์สเตอร์ ไม่ใช่นักเตะหน้าใหม่ในเวที พรีเมียร์ลีก แต่เขาไม่เคยได้ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก เลย ตลอดระยะเวลา 3 ปี ที่อยู่ในทีมชุดใหญ่ของ ลิเวอร์พูล เพราะฉะนั้นการย้ายมาร่วมทีม เชฟฯ ยูไนเต็ด ครั้งนี้ เจ้าตัวมีความมุ่งมั่นอย่างมากที่จะพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเอง และด้วยค่าตัวระดับ 23.5 ล้านปอนด์ (ประมาณ 963.5 ล้านบาท) เขาคงไม่ถูกเซ็นมาเพื่อนั่งสำรองแน่ ดังนั้นกุนซือ คริส ไวล์เดอร์ น่าจะให้โอกาส หัวหอกวัย 20 ปี ได้สร้างความมั่นใจในเกมวันอาทิตย์นี้ ที่ทัพ "ดาบคู่" มีคิวเปิดรัง บรามอลล์ เลน รับมือทีมอันดับสุดท้ายอย่าง ฟูแล่ม

  – รูเบน ลอฟตัส-ชีค (ฟูแล่ม)

ไม่ต่างกับ บรูว์สเตอร์ เพราะ ลอฟตัส-ชีค เองก็มีความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ฝีเท้าเช่นกัน หลังจากที่กลายเป็นแข้งส่วนเกินในทีม เชลซี ยุคกุนซือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด แถมเจอปัญหาบาดเจ็บรุมเร้ามาตลอดช่วง 2 ฤดูกาลหลังสุด ดังนั้นการย้ายมาร่วมก๊วน "เจ้าสัวน้อย" ภายใต้สัญญายืมตัวครั้งนี้ จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับ มิดฟิลด์ร่างใหญ่วัย 24 ปี ที่จะได้ทำผลงาน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นว่า เขาไม่ใช่อีกหนึ่งแข้งที่เคยเป็นดาวรุ่งของอังกฤษ แต่กลับไปไม่สุด และเกมวันอาทิตย์นี้ ที่ ฟูแล่ม มีคิวบุกไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด เขามีแววที่จะถูกส่งลงสนามตั้งแต่วินาทีแรกเลย

 – แกเร็ธ เบล (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

หลังปิดดีลย้ายกลับมาจาก เรอัล มาดริด ด้วยสัญญายืมตัว 1 ซีซั่น ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนที่แล้ว เชื่อเหลือเกินว่า แฟนๆ "ไก่เดือยทอง" ต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ ที่จะได้เห็น เบล กลับมาลงสนามภายใต้ยูนิฟอร์มของ สเปอร์ส เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ทว่าด้วยสภาพร่างกายที่ยังไม่พร้อม ทำให้ เบล ลงเล่นไม่ได้ตลอดช่วงหลายเกมที่ผ่านมา แต่เกมในวันอาทิตย์นี้ ที่ สเปอร์ส มีโปรแกรมเปิดบ้านทำศึกดาร์บี้แมตช์กรุงลอนดอนกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ถือว่ามีโอกาสไม่น้อยที่ ปีกจรวดชาวเวลส์วัย 31 ปี จะได้รับโอกาสโชว์ฝีเท้าจากกุนซือ โชเซ่ มูรินโญ่ หลังจากที่มุ่งมั่นฟิตร่างกายจนกลับมาพร้อมอีกครั้ง แต่สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายอย่างมากคือ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เราจะไม่ได้เห็นภาพ เบล ได้รับการต้อนรับที่แสนอบอุ่นจากแฟนบอล "ไก่เดือยทอง" หลายหมื่นชีวิตที่สังเวียนแข้ง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม

คาร์ร่าแนะลิเวอร์พูลเลื่อนแผนปิดดีล1แข้งเร็วขึ้น

เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังคนเก่งของ ลิเวอร์พูล ระบุ "หงส์แดง" ควรจะเลื่อนแผนมาปิดดีลกับ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เป็นภายในวันที่ 1 มกราคมนี้ หลังจากเดิมทีเชื่อกันว่า ลิเวอร์พูล ให้ความสนใจในตัวเขาและคิดที่จะดึงเจ้าตัวมาร่วมทัพเมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า
   
เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดกองหลังของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่าอดีตต้นสังกัดของตนควรจะดึง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลัง แอร์เบ ไลป์ซิก มาร่วมทีมให้ได้เร็วขึ้น โดยควรจะทำให้อีกฝ่ายย้ายมายู่กับทีมตั้งแต่วันแรกของตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบ 2 ช่วงเดือนมกราคมนี้เลย

ทีมของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ กำลังเจอกับปัญหาในตำแหน่งแผงหลังจากการที่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กคนเก่งมีอาการเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจนต้องพักเป็นเวลานาน และอาจจะถึงขั้นหมดสิทธิ์ลงเล่นไปตลอดทั้งซีซั่นนี้ ทำให้ตอนนี้เซนเตอร์แบ็กตามธรรมชาติที่พอมีประสบการณ์สูงกับการเล่นในระดับทีมชุดใหญ่ของพวกเขาเหลือเพียง โจ โกเมซ กับ โฌแอล มาติป เท่านั้น

สำหรับ อูปาเมกาโน่ นั้น ทำผลงานได้โดดเด่นมากๆ กับที่ ไลป์ซิก จนทำให้หลายทีมสนใจที่จะดึงเขาไปร่วมทัพ อย่างเช่น ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น ซึ่งถึงแม้เจ้าตัวจะต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2023 เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่หลายคนก็ยังเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว ไลป์ซิก จะยอมขายเขาเมื่อถึงช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าอยู่ดี

คาร์ราเกอร์ เผยว่า "ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเดิมที ลิเวอร์พูล ต้องทุ่มเทเต็มที่กับการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์หน้า แต่ตอนนี้ไม่ว่าเดิมทีเป้าหมายในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้าของพวกเขาจะเป็นใครน่ะ พวกเขาก็ต้องเลื่อนมาเป็นทำให้เสร็จภายในวันที่ 1 มกราคมนี้ พวกเขาห้ามรอไปปิดดีลตอนจบเดือนมกราคมด้วย พวกเขาไม่ควรจะเสียเวลามากเกินไปในการเจรจากับสโมสรอื่น"

"ตอนนี้ทุกคนกำลังพูดถึง ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ซึ่งเป็นกองหลังวัยหนุ่มของ ไลป์ซิก ผมไม่รู้ว่าเขามีประวัติที่ดูดีเหมือน ฟาน ไดค์ รึเปล่า และที่จริงเขาก็อาจจะไม่ได้มีจุดเด่นเรื่องลูกกลางอากาศเท่าไหร่ด้วยจากการที่สูงเพียง 6 ฟุต 1 นิ้ว หรือ 6 ฟุต 2 นิ้ว แต่ถ้าเกิดเขาเป็นคนที่พวกเขาอยากได้มาร่วมทีมแล้วล่ะก็ พวกเขาก็ควรจะต้องเลื่อนแผนการซื้อเขาให้เร็วขึ้น"

"พวกเขาควรจะต้องยอมเสียเงินเพิ่มแล้วปิดดีลให้ได้ในวันที่ 1 มกราคม ซึ่งกว่าจะถึงตอนนั้น ลิเวอร์พูล ต้องลงเล่นเกมลีก 11 นัดโดยที่ไม่มี เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ คอยช่วยไปด้วย สิ่งหนึ่งที่ควรพูดถึงเกี่ยวกับ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ก็คือใน 23 เกมหลังสุดของ ลิเวอร์พูล พวกเขาเก็บคลีนชีทได้เพียง 5 นัด และ ฟาน ไดค์ ก็ลงเล่นในทั้ง 23 นัดที่ว่า ดังนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าต่อให้ ฟาน ไดค์ ลงเล่นได้แล้วทุกอย่างมันจะสมบูรณ์แบบ เราเห็นกันแล้วว่าพวกเขาเคยเสีย 7 ลูกในเกมกับ แอสตัน วิลล่า และยังมีเกมกับ ลีดส์ อีก (ลิเวอร์พูล ชนะ 4-3) แต่ผมก็คิดว่าพวกเขาจำเป็นต้องทำการเสริมทัพครั้งใหญ่อยู่ดี"

 

ผีว่าไง? “เบนนาเซอร์” ย้ายได้แบบไม่แพงซัมเมอร์หน้า

ทำเอา "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตาลุกวาวเลยทีเดียว เพราะล่าสุดมีข่าวแข้งเป้าหมายอย่าง อิสมาเอล เบนนาเซอร์ มิดฟิลด์ดาวเด่น เอซี มิลาน มีค่าฉีกสัญญาไม่แพงหลังจบซีซั่นนี้

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ สามารถเซ็นสัญญาคว้าตัว อิสมาเอล เบนนาเซอร์ กองกลางคนเก่งของ เอซี มิลาน สโมสรดังในศึก กัลโช่ เซเรีย อิตาลี ได้ในราคาเพียงแค่ 50 ล้านยูโร (ประมาณ 1,850 ล้านบาท) ช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ตามรายงานจาก กัลโช่แมร์คาโต้ สื่อลูกหนังแดนมะกะโรนี เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เบนนาเซอร์ ถือเป็นนักเตะเนื้อหอมที่สุดคนหนึ่ง โดยนอกจาก แมนฯ ยูไนเต็ด แล้ว เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ต่างมีข่าวอยากได้ตัว สตาร์ทีมชาติแอลจีเรียวัย 22 ปี เช่นกัน ทว่าสุดท้ายไม่มีดีลใดๆ เกิดขึ้น ขณะที่ตัวนักเตะก็อยู่ค้าแข้งในถิ่น ซาน ซิโร่ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ เบนนาเซอร์ เป็นผู้เล่นคนสำคัญของ มิลาน แต่เงื่อนไขค่าฉีกสัญญาของเจ้าตัว 50 ล้านยูโร จะเริ่มทำงานในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า ซึ่งนั่นหมายความว่า สโมสรใดก็ตามที่สามารถจ่ายให้ได้ตามจำนวนดังกล่าว ก็สามารถกระชากตัว อดีตแข้ง เอ็มโปลี ไปร่วมก๊วนได้ทันที

ทั้งนี้ เบนนาเซอร์ ซึ่งเคยเป็นนักเตะเยาวชนของ อาร์เซน่อล ช่วงระหว่างปี 2015-2017 ลงเล่นให้ "ปีศาจแดง-ดำ" ไปแล้วทั้งสิ้น 42 นัด ทำได้ 1 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เอ็มโปลี เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2019

เพิ่งยืมมาแท้ๆ!แฮร์ธ่ายันเกนดูซี่ติดโควิด

มัตเตโอ เกนดูซี่ กลายเป็นนักเตะรายล่าสุดที่ติดเชื้อโควิดระหว่างไปรับใช้ชาติ ส่งผลให้ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน ยังต้องอดใช้งาน หลังเพิ่งยืมมาจาก อาร์เซน่อล

แฮร์ธ่า เบอร์ลิน สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม ที่ผ่านมา มัตเตโอ เกนดูซี่ กองกลางดาวรุ่งชาวฝรั่งเศส ที่เพิ่งยืมตัวมาจาก อาร์เซน่อล มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวก

"หญิงชรา" ปิดดีลยืมมิดฟิลด์วัย 21 ปี มาใช้งานเป็นเวลา 1 ฤดูกาลในวันสุดท้ายของตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์ แต่นักเตะกลับติดโควิดหลังเพิ่งไปเล่นให้ทีมชาติฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี ที่พบกับ ลิกเตนสไตน์ และ สโลวาเกีย ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

 แฮร์ธ่า เบอร์ลิน แถลงว่า " มัตเตโอ เกนดูซี่ มีผลตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ออกมาเป็นบวกหลังเดินทางกลับมาจากการไปเล่นให้ทีมชาติ มันไม่มีการสัมผัสกับนักเตะคนไหนของ แฮร์ธ่า หรือสตาฟฟ์โค้ช เขาไม่มีอาการและรู้สึกสบายดี แต่เวลานี้จะต้องแยกไปกักตัวเป็นเวลา 10 วัน"

ในเวลานี้ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน รั้งอันดับ 13 ในตารางคะแนน บุนเดสลีกา โดยมี 3 แต้ม จากการลงแข่ง 3 นัด ยิงได้ 8 ประตู เสีย 8 ประตู

 

สิงห์ระวังคาวานี่! 5 ประเด็นเด็ดก่อนบิ๊กแมตช์แมนยูปะทะเชลซี

ศึกพรีเมียร์ลีกคืนนี้มีระอุเมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งกลับมาฟอร์มเข้าฝักในสองเกมหลังสุด เตรียมเปิดรังโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ เชลซี ที่ผลงานยังขึ้นๆลงๆ ต้องรอติดตามกันว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชา และ แฟร้งค์ แลมพาร์ด จะมีไม้เด็ดพิชิตคู่แข่งยังไงในคืนนี้ แต่ก่อนเกมมาเกาะติดประเด็นที่น่ารู้กัน
1.คาวานี่เดบิวต์

 

    การจบฤดูกาลที่แล้วด้วยการยิงถึง 23 ประตูในทุกรายการเกือบทำให้แฟนผีเชื่อว่า อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล คือกองหน้าที่ทีมต้องการ อย่างไรก็ตามปัญหาสำคัญของสตาร์แมนฯ ยูไนเต็ดรายนี้คือความสม่ำเสมอ

    “เขาเริ่มต้นฤดูกาลไม่ดีอีกแล้ว นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผมจึงพูดตลอดว่าพวกเราต้องการกองหน้าหมายเลข 9 ระดับท็อปคลาส” พอล สโคลส์ ตำนานแข้งผีแดงกล่าว ฤดูกาลนี้ มาร์กซิยาล ยังคงยิงประตูไม่ได้แถมผลงานในสนามยังไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ตัวอย่างมีให้เห็นได้ชัดในเกมล่าสุดกับ เปแอสเช

    โซลชา รู้ดีว่าเขาจำเป็นต้องมีกองหน้าเบอร์ 9 จอมถล่มตาข่ายหาก แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องการให้ซีซั่นนี้กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะเป็น และการที่ มาร์กซิยาล โดนโทษแบนอยู่น่าจะเป็นโอกาสดีที่ เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าวัยเก๋าที่เซ็นสัญญามาในตลาดนักเตะวันสุดท้ายจะได้พิสูจน์ตัวเองเสียที

    หัวหอกชาวอุรุกวัยมีสถิติยิงประตูใส่ เชลซี ทั้งหมด 3 ลูกจาก 8 เกม หากไม่ใช่เรื่องปัญหาความฟิต คงไม่มีเหตุผลอื่นแล้วที่ โซลชา จะไม่ส่งเขาลงตัวจริงในเกมนี้

2.ตวนเซเบ้ลงต่อ?

    หลังจาก อั๊กเซล ตวนเซเบ้ ถูกปล่อยไปเก็บประสบการณ์กับ แอสตัน วิลล่า ในฤดูกาล 2018/19 เจ้าตัวก็หมายมั่นปั้นมือว่าจะกลับมาแย่งตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กตัวจริงของ “ผีแดง” ให้ได้ แต่ทว่าฤดูกาล 2019/20 กลับกลายเป็นฝันร้ายของเขาอย่างแท้จริง

    แม้จะมีผลงานที่น่าประทับใจอยู่หลายเกมแต่เขาโชคร้ายที่ต้องเจอกับอาการบาดเจ็บแฮมสตริงอยู่ตลอด โดยนับตั้งแต่เกม คาราบาว คัพ รอบก่อนรองชนะเลิศกับ โคลเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีก่อน เขาก็ไม่ได้กลับมาลงสนามให้ทีมชุดใหญ่อีกเลยจนกระทั่งฤดูกาลนี้โชคชะตาเริ่มเข้าข้างเมื่อ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ เอริก ไบยี่ ต่างไม่พร้อมในเกมดวล เปแอสเช นั่นทำให้เขาได้กลับมาลงสนามในรอบ 10 เดือน

    ผลงานสุดโดดเด่นในการจัดการ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ แบบอยู่หมัดจนได้รับคำชมล้นหลามทำให้แฟนผีหลายคนเชียร์ให้ ตวนเซเบ้ ลงแทนที่ของ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ที่กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มตกอย่างหนัก แต่ก็ต้องอย่าลืมว่านักเตะเพิ่งหายจากการบาดเจ็บยาว การโหมใช้งานอาจจะมีผลลพัธ์ออกมาไม่ดี ตัวอย่างมีให้เห็นแล้วกับ เอริก ไบยี่ ที่บาดเจ็บไปแล้วอีก 3-4 สัปดาห์ ต้องรอดูกันว่า โซลชา จะให้เขาลงเล่นต่อเนื่องหรือไม่?

3.ถึงเวลาซีเย็คตัวจริง?

    ฮาคิม ซีเย็ค เซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทัพ เชลซี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ปีกชาวโมร็อกโกเดินทางมาที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ช้ากว่ากำหนดเนื่องจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่า แถมเจ้าตัวดันโชคร้ายต่อเนื่องเมื่อได้รับบาดเจ็บในเกมอุ่นเครื่องกับ ไบรท์ตัน เมื่อปลายเดือนสิงหาคม

    หลังจากวันนั้นเขาลงสนามเพียงแค่ 2 นัดเท่านั้น โดยลงมาในฐานะตัวสำรองสองนัดหลังสุด (เซาธ์แฮมป์ตัน, เซบีย่า) รวมเป็นเวลาทั้งหมด 46 นาที แฟร้งค์ แลมพาร์ด ดูจะยังไม่เร่งใช้งานมากนักแต่ในคืนนี้มีโอกาสอยู่เหมือนกันที่เขาจะออกสตาร์ทตัวจริงเป็นครั้งแรกในพรีเมียร์ลีก

    น่าสนใจว่ากุนซือ “สิงห์บลูส์” จะจัดใครลงสนามเพราะว่าตัวเลือกในแนวรุกมีมากทีเดียว ที่แน่นอนคือ ติโม แวร์เนอร์ คงจะยึดหน้าเป้าเช่นเดิมพร้อมมีกองกลางตัวสนับสนุนอย่าง ไค ฮาแวร์ทซ์ ขณะที่ตัวรุกฝั่งขวา คริสเตียน พูลิซิช คงไม่พลาดออกสตาร์ทตัวจริง

    ดังนั้นตำแหน่งที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดสำหรับ ซีเย็ค คือตัวรุกฝั่งซ้าย นั่นหมายความว่า เมสัน เมาน์ท ที่ลงสนามมาตลอดอาจถูกดร็อปเป็นตัวสำรอง แต่คงต้องดูการตัดสินของ แลมพาร์ด ในคืนนี้อีกครั้ง

4.คู่เซนเตอร์ที่กำลังตามหา

    คู่เซนเตอร์แบ็กกลายเป็นปัญหาหลักที่ แลมพาร์ด พยายามแก้ไขมาตั้งแต่เข้ามาคุมทีมเมื่อซัมเมอร์ปี 2019 คูร์ท ซูม่า, อันโตนิโอ รือดิเกอร์, อันเดรียส คริสเตนเซ่น และ ฟิกาโย โทโมริ เข้าๆออกๆทีมอยู่ตลอดขึ้นอยู่กับผลการแข่งขัน, ความผิดพลาด, ความฟิต และฟอร์มการเล่น

    แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาดูเหมือนว่า แลมพาร์ด จะหาเซนเตอร์แบ็กที่ลงตัวมากที่สุดได้แล้ว หลัง ซูม่า และนักเตะที่เซ็นสัญญาฟรีมาในช่วงซัมเมอร์อย่าง ติอาโก้ ซิลวา ทำผลงานได้ดี โดยทั้งสองเก็บคลีนชีทได้ในเกมพบ เซบีย่า 0-0 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ที่ลงพร้อมกันยังไม่เสียประตูในเกมถล่ม คริสตัล พาเลซ 4-0 ​ด้วย

    ในเกมลีกล่าสุดกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ซูม่า ได้ลงจับคู่กับ คริสเตนเซ่น แต่พวกเขาเสียถึง 3 ประตู นั่นเป็นเหตุผลมากขึ้นว่าทำไม ซิลวา ควรออกสตาร์ทตัวจริงพร้อมกับ ซูม่า ในคืนนี้

5.ผีข่มที่โอลด์แทรฟฟอร์ด

    ในยุคพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1992-93 หากนับรวมทุกรายการ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ เชลซี เป็นทีมที่เจอกันมากที่สุดแล้ว โดยคืนนี้จะเป็นการเจอกันครั้งที่ 82

    ช่วงหลังมานี้ เชลซี มีสถิติในการเยือน โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไม่ดีเท่าไหร่หลังไม่ชนะเลยใน 7 เกมลีกหลังสุด (เสมอ 4 แพ้ 3) ซึ่งนี่ถือเป็นการไร้ชัยที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่ไม่ชนะ 16 เกมติดต่อกันช่วงระหว่างปี 1920-1957

    อย่างไรก็ตามฤดูกาลนี้ “ผีแดง” ลงเล่นในบ้านมา 2 นัดจบลงด้วยความพ่ายแพ้ทั้งสิ้น มีแค่ครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้คาบ้านสามเกมแรกในลีกนั่นคือฤดูกาล 1930-31 นอกจากนี้ครั้งสุดท้ายที่ “ผีแดง” แพ้คา โอลด์ แทรฟฟอร์ด 3 นัดต่อกันในลีกต้องย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 1979

อาเดรียน ยังเฝ้าเสา !? คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล เยือน เอฟเวอร์ตัน

สาวก "เดอะ ค็อป" คงรู้สึกหวาดหวั่นใจกันพอสมควรเมื่อ เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมัน ประกาศชัดเจนว่าพร้อมให้โอกาส อาเดรียน ทำหน้าที่เฝ้าเสาในช่วงที่ อลีสซง เบ็คเกอร์ ยังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บ เพราะแมตช์ต่อไปของพวกเขาต้องทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน จ่าฝูงลีกในเวลานี้
    ฟอร์มการเล่นของ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือคาร์โล อันเชลอตติ โดดเด่นมากๆ ไม่ว่าจะเป็นเกมรับที่เหนียวแน่น และเกมรุกที่ดุดัน โดยเฉพาะผลงานของ ฮาเมส โรดริเกซ ที่สวมบทเพลย์เมกเกอร์ช่วยสร้างมิติที่แตกต่างในเกมของ เอฟเวอร์ตัน อย่างมาก

    ฉะนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลยที่ "อันเช่" สามารถปรับจูนฟอร์มของทีม จนพวกเขาทำผลงานได้อย่างโดดเด่นเมื่อลงสนาม 4 แมตช์ในลีก และคว้าชัยแบบเรียบวุธ ส่งผลให้ทีมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงอย่างเหนียวแน่น ในขณะที่ ลิเวอร์พูล มีอาการเครื่องสะดุดจากเกมที่โดน แอสตัน วิลล่า สอนเชิงด้วยสกอร์ 2-7

    ปัญหาของ "เดอะ เร้ดส์" ในเวลานี้ก็คือเกมรับที่ค่อนข้างหละหลวมโดยในเกมพบ ลีดส์ ยูไนเต็ด และ แอสตัน วิลล่า มันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า คล็อปป์ จำเป็นต้องรีบหาทางแก้ไขเป็นการด่วน เพราะหากทีมต้องเจอกับแนวรุกที่ดุดันของคู่รักคู่แค้นร่วมเมือง มีสิทธิ์ได้น้ำตาตกอีกครั้ง

    อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่พอจะทำให้แฟนบอลลิเวอร์พูล อุ่นใจได้บ้างนั่นก็คือสถิติในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจาก เอฟเวอร์ตัน ไม่สามารถเอาชนะพวกเขาได้เลยในเกมดาร์บี้แมตช์นับตั้งแต่เมื่อปี 2010 ซึ่งก็ผ่านมา 1 ทศวรรษแล้ว โดยล่าสุดทีมของคล็อปป์ ออกไปเสมอ 0-0 ในถิ่นกูดิสัน พาร์ค เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

    กระนั้นในแมตช์นี้สถานการณ์หลายๆ อย่างอาจจะไม่เอื้ออำนวยให้ "หงส์แดง" ไล่บี้ เอฟเวอร์ตัน ได้ง่ายๆ เพราะทีมชุดนี้จำเป็นต้องใช้ อาเดรียน ลงทำหน้าที่เป็นนายด่านปราการสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าสาวก "เดอะ ค็อป" ใจหายไม่น้อย เพราะยังหลอนกับฟอร์มสุดบรรเจิดในเกมแพ้ยับ วิลล่า

    ขณะที่แผงแบ็กโฟร์แน่นอนว่า กุนซือเลือดด๊อยท์ช ยังคงไว้วางใจ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ กับ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ลงทำหน้าที่แบ็กขวา-ซ้าย ตามลำดับ ขณะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังคงเป็นหัวใจหลักในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กเหมือนเดิม

    ส่วนคู่ขาของ ฟาน ไดค์ มีโอกาสสูงที่ นายใหญ่หน้าเปื้อนยิ้ม จะเลือก โจ โกเมซ แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเลือกใช้งาน ฟาบินโญ่ ทำหน้าที่เป็นเซนเตอร์แบ็กจำเป็น ถ้าหาก คล็อปป์ อยากได้กองหลังที่สามารถทำหน้าที่เติมเกมในแดนกลางได้

    หากในกรณีที่ โกเมซ ได้ลงเล่นตัวจริง ฟาบินโญ่ น่าจะได้ลงคุมเกมแดนกลางร่วมกับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีม และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ซึ่งเพิ่งจะย้ายมาอยู่กับทีมช่วงซัมเมอร์นี้ ที่ร่างกายฟิตสมบูรณ์หลังจากที่หายจากอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว    

     ในส่วนของแนวรุกแน่นอนว่า คล็อปป์ ยังคงเลือกใช้ 3 ประสานที่ไว้วางใจได้ลงเล่นพร้อมกัน โดย ซาดิโอ มาเน่ ซึ่งหายจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว จะได้กลับมาประจำตำแหน่งของตัวเองอีกครั้ง หลังจากพลาดช่วยทีมในแมตช์เยือน วิลล่า ส่วนคู่ขาของเขาก็ยังคงเป็น โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหมือนเดิม

    สำหรับตัวเลือกอื่นๆ ที่อาจจะถูกนำมาใช้งานเพื่อปรับเปลี่ยนแท็คติกระหว่างเกม โดยมีทั้ง จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม และ ดีโอโก้ โชต้า รวมไปถึง ทาคุมิ มินามิโนะ เช่นเดียวกับ โฌแอล มาติป ที่ตอนนี้หายเจ็บแล้ว และกลับมาร่วมฝึกซ้อมกับทีมได้อีกครั้ง

    คาดการณ์ 11 ตัวจริง ลิเวอร์พูล ทำศึกเมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์ ปะทะ เอฟเวอร์ตัน

ผู้รักษาประตู : อาเดรียน

กองหลัง : เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน

กองกลาง : จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ฟาบินโญ่, ติอาโก้ อัลกันตาร่า

กองหน้า : โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่

ระบาดไม่หยุด!แนวรับเป้าหมายแมนยูติดโควิด19

จูลส์ กุงเด้ กองหลังตัวเก่ง เซบีย่า มีผลการตรวจติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้นักเตะต้องทำการกักตัวเป็นการด่วน และจะพลาดลงสนามหลายแมตช์ โดยเฉพาะเกมเยือน เชลซี ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก คาดนักเตะจะกลับมาได้ในเกมพบ แรนส์ อีกสองสัปดาห์ข้างหน้า
              
เซบีย่า สโมสรในศึกลา ลีกา สเปน ประกาศยืนยัน จูลส์ กูงเด้ กองหลังชาวฝรั่งเศส ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หลังจากผลการตรวจเป็นบวก ส่งผลให้นักเตะหมดสิทธิ์ช่วยต้นสังกัดหลายเกม โดยเฉพาะแมตช์ที่จะต้องปะทะกับ เชลซี ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม อี

กูงเด้ เดินทางกลับมาจากการรับใช้ทีมชาติฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และได้เข้ารับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยผลออกมานักเตะติดเชื้อ ทำให้ เซนเตอร์แบ็กวัย 21 ปี ต้องเข้ารับการกักตัวทันทีตามมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบายของสาธารณสุข

ด้วยเหตุนี้ทำให้ เซบีย่า หมดสิทธิ์ใช้งาน กูงเด้ ในเกมลีกที่จะพบกับ กรานาด้า และ เออิบาร์ ขณะเดียวกันพวกเขายังไม่สามารถใช้งานแนวรับดาวรุ่งพุ่งแรงรายนี้ได้ในแมตช์ที่จะต้องไปเยือนทัพ "สิงโตน้ำเงินคราม" ที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ เกมถ้วยใบโตยุโรป กลางสัปดาห์หน้าด้วย โดยคาดว่า กูงเด้ จะกลับมาลงสนามให้ต้นสังกัดในแมตช์พบกับ แรนส์ เกมแชมเปี้ยนส์ ลีก อีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ กูงเด้ ซึ่งเป็นหนึ่งในขุนพลสำคัญนำ เซบีย่า ดับซ่า อินเตอร์ มิลาน คว้าแชมป์ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา เคยมีข่าวได้รับความสนใจจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วงซัมเมอร์นี้ แต่สุดท้าย  "เรือใบสีฟ้า" เลือกเซ็นสัญญากับ รูเบน ดิอาส แทน ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่พยายามคว้าเซนเตอร์แบ็กใหม่ ก็อยากได้นักเตะรายนี้ไปเล่นคู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ด้วย

 

คล็อปป์เหน็บคาร์ร่าคิดแบบนี้ถึงไม่มีโอกาสทำงานคุมทีม

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล เหน็บแนม เจมี่ คาร์ราเกอร์ ว่าแสดงความเห็นที่ผิดๆ จนทำให้เป็นเหตุผลที่ทำให้ คาร์ราเกอร์ ไม่มีโอกาสมาทำงานคุมทีม หลังจากที่ คาร์ราเกอร์ เหมือนกับจะเคยบอกว่า "หงส์แดง" ทำพลาดที่ไม่เสริมทัพในตำแหน่งกองหลังในตลาดรอบล่าสุด
    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เหน็บ เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตยอดกองหลังของทีมที่เหมือนกับจะเคยตำหนิตนว่าทำพลาดที่ไม่ยอมซื้อเซนเตอร์แบ็กอาชีพในตลาดการเสริมทัพรอบล่าสุด

    ก่อนที่ฤดูกาลนี้จะเริ่มขึ้นนั้น ลิเวอร์พูล ตัดสินใจปล่อย เดยัน ลอฟเรน ให้กับ เซนิต เซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก แต่ก็ไม่ได้ซื้อใครมาแทนเลยจนทำให้เซนเตอร์แบ็กอาชีพที่มีประสบการณ์ระดับการเล่นให้ทีมชุดใหญ่แบบต่อเนื่องของพวกเขาเหลือเพียง 3 คน ได้แก่ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ และ โฌแอล มาติป ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ "หงส์แดง" ก็ได้รับข่าวร้ายเมื่อ ฟาน ไดค์ มีอาการเอ็นไขว้หน้าข้อเข่าฉีกจนต้องหมดสิทธิ์ลงเล่นเป็นเวลานาน แถมถ้าเลวร้ายที่สุดยังอาจจะถึงขั้นต้องพักทั้งฤดูกาลเลย

    เรื่องดังกล่าวทำให้ไม่นานมานี้ คาร์ราเกอร์ กล่าวระหว่างการทำหน้าที่กูรูของ สกายสปอร์ตส์ สื่อกีฬาชั้นนำของเมืองผู้ดีว่าที่จริงแผงหลังของ ลิเวอร์พูล ก็เต็มไปด้วยความน่ากังขามาตั้งแต่ก่อนเปิดซีซั่นนี้แล้ว เพราะแม้ว่า ฟาน ไดค์ จะเป็นยอดกองหลัง แต่รายของ มาติป มักจะได้รับบาดเจ็บอยู่บ่อยๆ ส่วน โกเมซ ก็ยังดูฟอร์มไม่คงเส้นคงวาเท่าที่ควร พร้อมกระตุ้นให้อดีตทีมของตนต้องเลื่อนมาปิดดีลกับกองหลังที่เป็นแข้งเป้าหมายของทีมตั้งแต่วันแรกของตลาดซื้อ-ขายนักเตะ รอบ 2 ช่วงเดือนมกราคมนี้ให้ได้ ไม่ใช่รอไปเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์ ปีหน้า

    คล็อปป์ เผยว่า "ตอนแรกเราลงเล่นฤดูกาลนี้โดยที่มีเซนเตอร์แบ็กให้ใช้งานตั้ง 3 คน แถมยังมี ฟาบินโญ่ เป็นอะไหล่ในตำแหน่งนี้ รวมถึงมีดาวรุ่งบางคนที่สามารถลงเล่นให้ทีมได้ด้วย มันเป็นเรื่องยากมากๆ ที่ทีมของคุณจะมีเซนเตอร์แบ็กระดับโลกอยู่ในทีมถึง 4 คน ถ้าเกิดมีใครอยากบอกว่าเราทำพลาด (ในการไม่ซื้อเซนเตอร์แบ็ก) อย่างเช่น เจมี่ คาร์ราเกอร์ ที่พูดไปก่อนหน้านี้แล้วล่ะก็ ผมก็คิดว่านั่นคงเป็นหนึ่งในไม่กี่เหตุผลที่ทำให้คนแบบนั้นไม่ได้ทำงานนี้ (การคุมทีม)"

    หลังจาก คล็อปป์ พูดแบบนั้น คาร์ราเกอร์ ก็ชี้แจงทาง ทวิตเตอร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ยอดฮิตว่าตนไม่เคยตำหนิ คล็อปป์ เลยว่าทำพลาดที่ไม่ได้ซื้อกองหลังในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา "ในฤดูกาลนี้ผมยังไม่เคยพูดแม้แต่ครั้งเดียวว่า คล็อปป์ ทำพลาดที่ไม่ได้ซื้อเซนเตอร์แบ็กด้วยเหตุผลบางอย่างตามที่เขากล่าวอ้าง"