ทอฟฟี่แตก!อันเช่เปิดใจหลังเกมเอฟเวอร์ตันโดนเซาธ์แฮมป์ตันสอย

คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเอฟเวอร์ตัน เปิดใจถึงผลงานของทัพ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ในแมตช์ออกไปโดน เซาธ์แฮมป์ตันสอย เกมลีกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมชี้จังหวะที่ ลูก้าส์ ดีญ โดนใบแดงเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมสำหรับนักเตะเลย
    คาร์โล อันเชลอตติ ผู้จัดการทีมชาวอิตาเลียนของ เอฟเวอร์ตัน ยอมรับแมตช์นี้ลูกทีมของตนทำผลงานได้น่าผิดหวัง ส่งผลให้ต้องออกไปพ่าย "นักบุญ" เซาธ์แฮมป์ตัน 0-2 ที่สนามเซนต์ แมรี่ส์ ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา

    เซาธ์แฮมป์ตันทำผลงานได้อย่างดุดันโดนได้สองประตูจาก เจมส์ วอร์ด-เพราส์  กับ เช อดัมส์ ในช่วงครึ่งแรก ขณะที่ครึ่งหลังในนาทีที่ 72 "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ต้องมาเสียเปรียบเมื่อ ลูก้าส์ ดีญ ไปเข้าหนักใส่ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

    สำหรับการออกไปแพ้ "นักบุญ" ในแมตช์นี้ทำให้ เอฟเวอร์ตัน พ่ายเป็นเกมแรกในลีกฤดูกาลนี้ ทำให้ตอนนี้ทีมมี 13 คะแนนเท่ากับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล แต่ผลต่างประตูได้เสียเหนือกว่าจึงยังคงยึดตำแหน่งจ่าฝูงลีกต่อไป โดยหลังจบเกม อันเชลอตติ ยอมรับว่าผลงานของนักเตะในแมตช์นี้น่าผิดหวังมากๆ

    "มันไม่ใช่วันที่ดีและก็ไม่ใช่ฟอร์มที่ดีสำหรับเรา เราอยู่ที่นี่เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับการพ่ายแพ้เกมแรก และผมรู้สึกว่าเราต้องพัฒนาต่อไปอีก แน่นอนว่าเราไม่อยากแพ้ แต่ในวงการฟุตบอลเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ เราต้องมองไปข้างหน้าจากเกมนี้ พร้อมกับยังคงมีความเชื่อมั่นอย่างที่เราเคยมี แต่เรื่องแบบนี้ มันเกิดขึ้นได้"

    ขณะเดียวกัน "คาร์เล็ตโต้" ยังได้กล่าวถึงกรณีที่ ดีญ โดนไล่ออกจากสนามว่า "ผมคิดว่ามันรุนแรงมากๆ เราจะทำการอุทธรณ์ในเรื่องนี้ มันไม่ใช่จังหวะที่เจตนาทำเลย มันไม่ใช่พฤติกรรมที่รุนแรง จริงๆ แล้วแค่ใบเหลืองก็พอแล้ว แต่นี่ไม่ใช่พฤติกรรมที่รุนแรง และใบแดงถือว่าไม่ยุติธรรม"

มาต้าเปิดใจเข้าขากับใครมากที่สุดในแมนยู

ฆวน มาต้า มิดฟิลด์จอมเก๋าของ แมนฯ ยูไนเต็ด ระบุ ในขุมกำลังชุดปัจจุบันนั้นตนเข้าขากับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส สุดๆ พร้อมบอกว่าสนุกมากๆ ที่ได้เล่นร่วมกับแข้งชาวโปรตุกีส
    ฆวน มาต้า กองกลางประสบการณ์สูงของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรดังของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เปิดเผยว่าตนเข้าขากับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส มิดฟิลด์เพื่อนร่วมทีมมากๆ

    ฤดูกาลนี้ มาต้า สามารถทำผลงานกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้โดดเด่นกว่าหลายซีซั่นที่ผ่านมา โดยเขาทำได้ 2 ประตูกับ 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 3 นัดในทุกรายการ ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้รับคำชมจากหลายฝ่ายพอตัวจนถึงขั้นที่บางคนมองว่าเขาควรจะได้เป็นตัวจริงบ่อยกว่าซีซั่นก่อนๆ ด้วย

    ดาวเตะชาวสแปนิชเผยว่า "ผมสนุกมากๆ เวลาที่ได้เล่นกับนักเตะแบบเขา ผมคิดว่าเราเข้าใจถึงการเล่นฟุตบอลในทางเดียวกัน เราต่างก็ชอบเล่นในจุดที่มีพื้นที่ว่างเยอะๆ พร้อมกับเล่นและเคลื่อนที่เพื่อสร้างโอกาสการทำประตูให้กับกองหน้าของเรา เราเข้าขากันได้ดีมากๆ ตอนอยู่ในสนาม"

    "แค่มองตากันแว่บเดียวเราก็รู้แล้วว่าเราอยากให้บอลมันไปอยู่ในจุดไหน รวมถึงรู้ว่าเราควรจะต้องเคลื่อนที่กันยังไง แน่นอน มันไม่ใช่ว่ามันจะไปได้สวยซะทุกครั้ง แต่เราก็พยายามเล่นร่วมกัน เพราะเราเข้าใจกันและกันได้ดีมากๆ"
 

โชต้าโขกชัย-ฟีร์มีโน่ยิงเสียที! ลิเวอร์พูลหืดแซงเชฟยู แต้มทาบจ่าฝูงทอฟฟี่

"หงส์แดง" เป่าปากเหนื่อยไม่น้อยหลังเป็นฝ่ายตามหลังให้ "ดาบคู่" หลัง ฟาบินโญ่ ไปทำเสียจุดโทษ ก่อนที่ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ จะซัดไล่ตีเสมอ และครึ่งหลังมาได้ ดีโอโก้ โชต้า โขกประตูชัยพา ลิเวอร์พูล แซงเอาชนะ เชฟฯยูไนเต็ด 2-1 เก็บสามแต้มสำคัญมีเพิ่มเป็น 13 คะแนนเท่าจ่าฝูง เอฟเวอร์ตัน ที่แข่งน้อยกว่าและลูกได้เสียดีกว่า

สนาม : แอนฟิลด์

    เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายประจำวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ไม่ชนะในเกมลีกมา 2 นัดติดเปิดรังรับมือ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่เพิ่งมีแต้มแรกจากการเสมอกับ ฟูแล่ม 1-1

    เจอร์เก้น คล็อปป์ ชวดใช้งาน เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ที่บาดเจ็บยาวทำให้ เซ็นเตอร์แบ็กวันนี้เป็น ฟาบินโญ่ จับคู่กับ โจ โกเมซ ขณะที่แดนกลางไร้ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ที่บาดเจ็บทำให้ให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ปั้นเกมสนับสนุนแนวรุกที่ใช้ ดีโอโก้ โชต้า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่ ปั้นเกมให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยืนเป็นหน้าเป้า

    ส่วนทางด้าน "ดาบคู่" เกมนี้ส่ง รีอาน บรูว์สเตอร์ ได้ลงสนามพบกับต้นสังกัดเก่า โดยล่าตาข่ายร่วมกับ โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่

    เปิดฉากมาแค่ 3 นาทีแรก "หงส์แดง" เกือบได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว หลัง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เรียกฟรีคิกได้ ก่อนที่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ จะลักไก่ยิงจากครึ่งสนาม บอลกำลังจะมุดใต้คานอยู่แล้วแต่ อารอน แรมส์เดล ยังถอยหลังปัดข้ามคานออกไปหวุดหวิด

    แต่แล้ว นาที 12 กลายเป็นเจ้าบ้าน ลิเวอร์พูล มาเสียลูกที่จุดโทษ หลัง ฟาบินโญ่ ไปเสียบใส่เท้า โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ บนเส้น 18 หลาผู้ตัดสินเช็กจาก VAR ก่อนจะชี้เป็นจุดโทษเนื่องจังหวะเข้าเสียบของฟาบินโญ่บนเส้นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของเขตโทษ และเป็น ซานเดอร์ เบิร์ก ที่ยิงเข้าไปไม่พลาดให้ เชฟฯยูไนเต็ด บุกมานำ "หงส์แดง" 1-0

    นาที 17 จอร์จินโย่ ไวนัลดุม ได้โอกาสซัดนอกกรอบบ้างแต่บอลก็พุ่งหลุดกรอบออกหลังไปไกล

    อีก 3 นาทีถัดมา "ดาบคู่" ได้เสียวอีกหลัง เอธาน อัมปาดู ครอสบอลไปหน้ากรอบถึง โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่ ซัดมุมแคบถากเสาไกลออกไป

    แนวรับหงส์แดงระส่ำหนัก นาที 24 หวิดเสียเม็ดที่สองให้ทีมเยือน เมื่อ จอร์จ บัลด็อค ครอสจากขวาไปหน้ากรอบให้ เบน ออสบอร์น ซัดด้วยซ้ายไปติดเซฟของ อลีสซง

    นาที 35 หงส์แดงมาได้ลุ้นบ้าง เทรนท์ เปิดคอนเนอร์จากด้านขวาเข้ามา แนวรับดาบคู่สกัดไปเข้าทาง ฟาบินโญ่ เติมเข้ามาหวดตูมเดียวเหินโด่งข้ามคานไป

    นาที 41 ลิเวอร์พูล มาทวงประตูตีเสมอ 1-1 จนได้ จากจังหวะที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ครอสจากด้านขวาข้ามหัวเซ็นเตอร์แบ็กดาบคู่มาให้ ซาดิโอ มาเน่ ขึ้นโขกไปติดเซฟ อารอน แรมส์เดล แต่บอลยังมาเข้าทาง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ซ้ำจ่อๆไม่ถึง 5 หลาเข้าไปอย่างง่ายดาย เป็นประตูแรกของดาวยิงทีมชาติบราซิลในซีซั่นนี้

    ถัดมาอีกนาทีเดียว "หงส์แดง" เกือบได้ลุ้นแซงขึ้นนำ หลัง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แทงบอลจากกลางทะลุถึง ซาลาห์ สปีดควบบอลเข้าไปยิงติดมือ อารอน แรมส์เดล ก่อนที่ผู้ตัดสินจะเป่าว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

    จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล เสมอกับ เชฟฯยูไนเต็ด 1-1

    ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นาที 48 "ดาบคู่" ได้โอกาสลุ้นขึ้นนำหลัง ซานเดอร์ เบิร์ก โขกเช็ดมาให้ จอร์จ บัลด็อค วิ่งมาซัดด้วยขวาบอลพุ่งไปแฉลบ โจ โกเมซ ออกหลัง

    นาที 53 คริส ไวล์เดอร์ นายใหญ่เชฟฯยูฯเปลี่ยนตัวคนแรกส่ง โอลิเวอร์ เบิร์ก ลงไปเล่นแทน รีอาน บรูว์สเตอร์ ที่วันนี้เล่นไม่ออก

    นาที 62 เทรนท์ ตักบอลสุดสวยเข้าไปหน้ากรอบเขตโทษ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จับบอลลงด้วยซ้ายอย่างสุดสวยก่อนจะดีดด้วยซ้ายอีกทีเข้าประตูไป แต่ทว่า VAR ให้สัญญาณว่าเป็นจังหวะล้ำหน้าของดาวยิงชาวอียิปต์ก่อน

    กระนั้น นาที 64 ไม่กี่อึดใจต่อมา ซาดิโอ มาเน่ เปิดบอลอย่างแม่นยำไปเสาไกลให้ ดีโอโก้ โชต้า เทกตัวขึ้นโขกบอลเบียดเสาเข้าไป ให้ ลิเวอร์พูล แซงขึ้นนำดาบคู่ 2-1

    นาที 82 เจ้าบ้านชวดได้ประตูที่สามหลัง ไวนัลดุม จ่ายทะลุให้ ซาลาห์ พลิกเข้าไปซัดบอลชนเสา ก่อนจะกระดอนมาเข้ามือ อารอน แรมส์เดล อย่างน่าเสียดาย

    จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ เชฟฯยูไนเต็ด หวุดหวิด 2-1 เก็บสามแต้มพร้อมแซงขึ้นไปนั่งรองจ่าฝูงหลังมี 10 คะแนนเท่ากับ เอฟเวอร์ตัน ทว่า "ทอฟฟี่" ที่แข่งน้อยกว่ามีลูกได้เสียเหนือกว่าทำให้รั้งจ่าฝูงต่อไป ขณะที่ "ดาบคู่" แพ้เป็นเกมที่ 5 มีแต้มเดียวรั้งรองบ๊วยของลีก

    รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โจ โกเมซ, ฟาบินโญ่, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์จินโย่ ไวนัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน – ดีโอโก้ โชต้า, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์

        ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

        เชฟฯ ยูไนเต็ด (3-5-2) : อารอน แรมส์เดล – คริส บาแชม, อีธาน อัมปาดู, จอห์น เอแกน – จอร์จ บัลด็อค, จอห์น ลุนด์สแตรม, เบน ออสบอร์น, ซานเดอร์ เบิร์ก, เอ็นดา สตีเว่นส์ – โอลิเวอร์ แม็คเบอร์นี่, รีอาน บรูว์สเตอร์

        ผู้จัดการทีม : คริส ไวล์เดอร์

        ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน

คาวานี่ประเดิม! แมนยูเจาะไม่เข้าแค่เจ๊าเชลซีไร้สกอร์-เมนดี้โชว์หนึบ

"ปีศาจแดง" ยังต้องหาชัยชนะในบ้านเกมลีกซีซั่นนี้ต่อไป หลังทำได้แค่เสมอกับ เชลซี แบบไร้สกอร์ 0-0 ในเกมบิ๊กแมตช์ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยเกมนี้ เอดินสัน คาวานี่ ลงมาเป็นสำรองประเดิมเกมแรกให้ แมนฯยูไนเต็ด ด้าน "สิงห์บลูส์" เกมนี้ได้ เอดูอาร์ เมนดี้ ช่วยเซฟทำให้บุกมาแบ่งแต้ม ทำสถิติเสมอ 3เกมติดทุกรายการ

สนาม : โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

    "บิ๊กแมตช์" พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 24 ตุลาคม ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ ยุไนเต็ด กลับมาเปิด โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ เชลซี โดย "ปีศาจแดง" เกมล่าสุดในลีกบุกไปถลุง นิวคาสเซิ่ล 4-1 ก่อนที่กลางสัปดาห์ศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกจะบุกไปอัด เปแอสเช 2-1 ขณะที่ฝั่ง "สิงห์บลูส์" เสมอมา 2เกมติดๆในสแตมฟอร์ด บริจด์  ทั้งในลีกที่แบ่งแต้มกับ "นักบุญ" 3-3 ก่อนจะเสมอในรังกับ เซบีย่า แบบไร้สกอร์ 0-0

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ใช้ 11 แข้งตัวจริงชุดเดียวกับที่บุกไปถล่ม "สาลิกาดง" ฆวน มาต้า ปั้นเกมร่วมกับ บรูโน่ แฟร์นันด์ส และแดเนียล เจมส์ โดยให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยืนหน้าเป้า ส่วน เอดินสัน คาวานี่ มีชื่อบนม้านั่งสำรอง ด้าน แฟร้งค์ แลมพาร์ดวันนี้จัดสามแนวรุกเป็น  ไค ฮาแวร์ทซ์, คริสเตียน พูลิซิช และ ติโม แวร์เนอร์

    ช่วง 15 นาทีแรก ทั้งสองทีมเล่นกันอย่างระมัดระวังจนไม่มีโอกาส หรือจังหวะเน้นๆให้ได้ลุ้น แต่กลายเป็น "สิงห์บลูส์" ที่กดดันและเข้าไปในพื้นที่อันตรายได้มากกว่า

    นาที 18 โอกาสยิงครั้งแรกของเกม ทว่า คริสเตียน พูลิซิช กดด้วยขวานอกกรอบไปติดบล็อคของแข้งเจ้าถิ่น

    ยังคงเป็นลูกทีมของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ครองบอลได้เหนือกว่า (33-67%) นาที 26 "สิงห์บลูส์" พลาดโอกาสลุ้นหลัง เบน ชิลเวลล์ ตักบอลให้ ไค ฮาแวร์ทซ์ หลุดกับดักล้ำหน้าแทงทะลุช่องให้ ติโม แวร์เนอร์ หลุดเข้าไปทว่าเจ้าตัวกลับเจ้าบอลไม่อยู่บอลหลุดหลังน่าเสียดาย

    อีกนาทีถัดมา ชิลเวลล์ เรียกฟรีคิกทางด้านซ้ายได้ ก่อนเจ้าตัวจะลุกมาเปิดเอง แต่บอลลึกไปเข้ามือ เด เคอา

    นาที 29 เอดูอาร์ เมนดี้ เกือบได้ทำพลาดหลังเจ้าตัวพยายามจ่ายบอลขวางหน้าประตูตัวเอง ทว่าออกบอลไม่ดีเกือบเลี้ยวเข้าประตูตัวเองก่อนออกหลังเป็นเตะมุม

    เกมรุกของ "ผีแดง" เริ่มดีขึ้น นาที 31 จังหวะส่องเข้ากรอบหนแรกของเจ้าถิ่น และครั้งแรกของเกม  แดเนียล เจมส์ ไหลให้ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตะบันนอกกรอบบอลไปเข้ามือ เมนดี้

    แต่ "สิงห์บลูส์" สวนกลับทันควัน อีกนาทีต่อมา คริสเตียน พูลิซิช ตะลุยพาบอลเข้าไปกดด้วยขวาแต่บอลไปแฉลบ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ออกหลัง

    นาที 36 แมนฯยูไนเต็ด พลาดโอกาสทองขึ้นนำ หลัง บรูโน่ แฟร์นันด์ส ตัดบอลได้ก่อนให้ มาต้า แทงบอลเร็วให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หลุดเข้าไปกดด้วยขวาเน้นๆแต่บอลยังไปติดขา เอดูอาร์ เมนดี้

    กลายเป็น "ผีแดง" ที่เริ่มกดดันหนักขึ้นเรื่อยๆ นาที 41 หวิดได้ประตูอีกครั้ง คราวนี้ แรชฟอร์ด จ่ายให้ ฆวน มาต้า กดด้วยซ้ายนอกกรอบบอลพุ่งไปเสาไกลแต่ยังไม่พ้น เอดูอาร์ เมนดี้ ที่โชว์บินปัดออกหลังหวุดหวิด

    นาที 43 แรชฟอร์ด มีอาการบาดเจ็บ หลังโดน เอ็นโกโล่ ก็องเต้ เตะในกรอบเขตโทษ ทว่าผู้ตัดสินหลังเช็กสัญญาณจาก VAR ไม่ว่าอะไรให้เล่นต่อไป

    จบครึ่งแรก แมนฯยูไนเต็ด ยังเสมอกับ เชลซี 0-0

    ครึ่งหลัง นาที 58 โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เปลี่ยนรวดเดียวสองคน ส่ง เอดินสัน คาวานี่ และปอล ป็อกบา ลงไปเล่นแทน ฆวน มาต้า และแดเนียล เจมส์

    และแค่สัมพัสแรกของ คาวานี่ ในนาทีถัดมาเกือบพาทีมขึ้นนำ จากชอตต่อเนื่องจากลูกเตะมุม บรูโน่ แฟร์นันด์ส ครอสมาเสาแรกให้ คาวานี่ โฉบมาสะกิดบอลด้วยขวาพุ่งถากเสาออกไปแบบได้เสียว

    นาที 72 "สิงห์บลูส์" แก้เกมบ้าง ส่ง เมสัน เมาน์ท และแทมมี่ อบราฮัม ลงมาเล่นแทน ไค ฮาแวร์ทซ์ และติโม แวร์เนอร์

    ท้ายเกม นาที 80 "ผีแดง" ได้ลุ้นจากจังหวะยิงของ ปอล ป็อกบา แต่ห้องเครื่องทีมชาติฝรั่งเศสดันยิงไปติดบล็อคอย่างน่าเสียดาย

    นาที 88 เจ้าบ้าน เกือบได้ลุ้นอีก หลัง เมสัน กรีนวู้ด ที่ลงมาสำรองปาดมาเสาแรกให้ เอดินสัน คาวานี่ ยิงไปติดบล็อคแนวรับสิงห์บลูส์

    ช่วงทดเจ็บ นาที 90+1 ปีศาจแดง พลาดโอกาสขึ้นนำอีกหลัง แรชฟอร์ด ปั่นบอลจากนอกกรอบกำลังจะเสียบเสาไกลอยู่แล้วแต่ เอดูอาร์ เมนดี้ ยังโชว์เหนียวพุ่งปัดออกไป

    จบเกม กินกันไม่ลง แมนฯยูไนเต็ด ทำได้แค่เสมอกับ เชลซี แบบไร้สกอร์ 0-0 ทำให้ "ผีแดง" ยังไม่ชนะคู่แข่งในบ้านซีซั่นนี้ต่อไป ขณะที่ "สิงห์บลูส์" เสมอมา 3 เกมติดทุกรายการ

      รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

        แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (4-2-3-1) : ดาบิด เด เคอา – อารอน วาน-บิสซาก้า , วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, ลุค ชอว์ – เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ (เมสัน กรีนวู้ด น.83) – ฆวน มาต้า (ปอล ป็อกบา น.58), บรูโน่ แฟร์นันด์ส, แดเนียล เจมส์ (เอดินสัน คาวานี่ น.58) – มาร์คัส แรชฟอร์ด

       ผู้จัดการทีม : โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

        เชลซี (3-4-2-1) : เอดูอาร์ เมนดี้ – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า, ติอาโก้ ซิลวา, คูร์ท ซูม่า – รีซ เจมส์, จอร์จินโญ่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้, เบน ชิลเวลล์ –  ไค ฮาแวร์ทซ์ (เมัน เมาน์ท น.72), คริสเตียน พูลิซิช (ฮาคิม ซิเย็ค น.81) – ติโม แวร์เนอร์ (แทมมี่ อบราฮัม น.72)

        ผู้จัดการทีม : แฟร้งค์ แลมพาร์ด

        ผู้ตัดสิน : มาร์ติน แอตกินสัน

คนนี้แฟนหงส์ถูกใจไหม? สื่อยันลิเวอร์พูลเดินหน้าซื้อกองหลังคนใหม่แล้ว

สื่ออังกฤษ ตีข่าว ลิเวอร์พูล เปิดฉากคุยกับทีมเมืองเบียร์แล้วเพื่อขอซื้อกองหลังมาเสริมทัพช่วงปีใหม่ หลัง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ต้องพักยาว
   
ลิเวอร์พูล แชมป์เก่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินหน้าเจรจากับ ชาลเก้ 04 สโมสรในศึก บุนเดสลีกา เยอรมัน เพื่อขอซื้อตัว โอซาน คาบัค ปราการหลังดาวรุ่งทีมชาติตุรกี มาเข้าถิ่น แอนฟิลด์ ช่วงเปิดตลาดหน้าหนาวเดือนมกราคมนี้แล้ว ตามรายงานจาก ซันเดย์ มิร์เรอร์ สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา

"หงส์แดง" กำลังมองหาเซนเตอร์แบ็กคนใหม่เข้ามาเสริมทัพ เพราะ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังคนเก่งต้องพักยาวจากการผ่าตัดเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า หลังโดน จอร์แดน พิคฟอร์ด นายทวาร เอฟเวอร์ตัน เข้าสกัดหนักใส่ในเกมลีกที่เสมอกัน 2-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 17 ต.ค. ที่ผ่านมา

ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา "หงส์แดง" เคยมีข่าวกับ คาบัค วัย 20 ปี มาแล้ว และเวลานั้น ชาลเก้ ตั้งค่าตัวไว้ที่ 40 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,600 ล้านบาท) แต่หลังจากที่ "ราชันสีน้ำเงิน" ออกสตาร์ตฤดูกาลย่ำแย่ทำให้พร้อมลดราคานักเตะลงมาเหลืออยู่ที่ราว 30 ล้านปอนด์ (ประมาณ 1,200 ล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูล พร้อมจะจ่ายค่าตัวเบื้องต้นให้ ชาลเก้ จำนวน 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 800 ล้านบาท) พร้อมกับโบนัสอีกส่วนหนึ่งตามเงื่อนไขที่ทำได้ ส่งผลให้ทั้งสองสโมสรยังต้องคุยกันอีกเพื่อให้บรรลุข้อตกลงร่วมกัน

ทั้งนี้ คาบัค มีสไตล์การเล่นที่ดุดัน แข็งแกร่ง กล้าลุย รวดเร็ว และเล่นลูกกลางอากาศได้ดี รวมทั้งมี ฟาน ไดค์ เป็นไอดอลของตัวเองด้วย

เผยแมนยูวืดจอมแกร่งไลป์ซิกตอนค่าตัวสุดถูก ตอนนี้จะเอาต้องจ่ายทะลุ2.2พันล้าน!

สื่อเผย ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ กองหลังทีมชาติฝรั่งเศส เกือบได้ย้ายมาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่สุดท้ายต้องล่มเพราะ "ปีศาจแดง" เหนียวเงินแค่ 2 แสนปอนด์เท่านั้น
   
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พลาดได้ตัว ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งคนเก่งของ แอร์เบ ไลป์ซิก มาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อย่างน่าเสียดายเมื่อปี 2015 ตามรายงานจาก เดอะ มิร์เรอร์ สื่อเมืองผู้ดี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ในเวลานั้น อูปาเมกาโน่ ที่อายุ 16 ปี เล่นอยู่กับ วาล็องเซียนส์ สโมสรในฝรั่งเศส และ "ปีศาจแดง" ก็เกือบจะได้ตัว หลังนักเตะ, คุณแม่ และเอเยนต์ เดินทางมาแดนผู้ดีเพื่อตกลงเรื่องย้ายทีมแล้ว

อย่างไรก็ตาม อูปาเมกาโน่ ต้องเดินทางกลับฝรั่งเศส พร้อมกับความผิดหวัง หลังจากทั้งสองสโมสรคุยกันเรื่องค่าตัวไม่ลงตัว โดย วาล็องเซียนส์ ต้องการได้ 700,000 ปอนด์ (ประมาณ 28 ล้านบาท) ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมให้แค่ไม่เกิน 500,000 ปอนด์ (ประมาณ 20 ล้านบาท) เท่านั้น

หลังจากนั้น อูปาเมกาโน่ ก็พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นกองหลังฝีเท้าเยี่ยม และได้มีโอกาสไปเล่นให้ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก เมื่อปี 2016 ก่อนมาอยู่กับ ไลป์ซิก เมื่อปี 2017 ด้วยค่าตัว 9 ล้านปอนด์ (ประมาณ 360 ล้านบาท) โดยเวลานี้มีหลายทีมจับตามองทั้ง เรอัล มาดริด, อาร์เซน่อล, ลิเวอร์พูล และ แมนฯ ยูไนเต็ด

ขณะที่ค่าตัวของกองหลังวัย 21 ปีในเวลานี้คาดว่าอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 55 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) หลังทำผลงานเยี่ยม และลงเล่นให้ ไลป์ซิก ไปแล้ว 118 นัด รวมทั้งติดทีมชาติฝรั่งเศส ไปแล้ว 3 เกม

อยู่ต่อหรือย้าย?สื่อเผยอนาคตตราโอเร่กับวูล์ฟส์

อดาม่า ตราโอเร่ ปีกร่างบึ้กของ วูล์ฟส์ ใกล้ที่จะต่อสัญญากับทีมไปจนถึงปี 2024 โดยเขาจะได้ค่าเหนื่อยเพิ่มเป็น 100,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ด้วย จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อของอังกฤษ

อดาม่า ตราโอเร่ ปีกคนเก่งของ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ใกล้ที่จะตกลงต่อสัญญากับต้นสังกัดแล้ว ตามรายงานของ เดอะ ซัน สื่อของเมืองผู้ดี

ตราโอเร่ ทำผลงานได้โดดเด่นกับ วูล์ฟส์ มาพักหนึ่งแล้ว ซึ่งมันก็ทำให้เขาตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั่วทวีปยุโรปในตลาดการเสริมทัพรอบล่าสุดตามไปด้วย อย่างเช่น ลิเวอร์พูล และ บาร์เซโลน่า เป็นต้น แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้ย้ายไปไหน

ทั้งนี้ เดอะ ซัน บอกว่าสัญญาฉบับใหม่ของ ตราโอเร่ จะมีระยะเวลา 4 ปี ทำให้จากเดิมที่เหลือสัญญากับทีมจนถึงปี 2023 ก็จะยืดไปเป็นจนถึงปี 2024 และเขาก็จะได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้น 2 เท่าจนทำให้ได้เงินถึงสัปดาห์ละ 100,000 ปอนด์ (ประมาณ 4 ล้านบาท)

 

ไปยกชุด!ลิเวอร์พูลเล็งปล่อย5แข้งก่อนปิดตลาด

"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล เล็งโละแข้งส่วนเกินออกจากทีมถึง 5 ราย ก่อนตลาดในประเทศปิดวันศุกร์นี้ ซึ่งมีแข้งดังอย่าง แฮร์รี่ วิลสัน รวมอยู่ด้วย
            ลิเวอร์พูล ยอดสโมสรลูกหนังในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังพิจารณาที่จะปล่อยนักเตะในทีม 5 คน ออกไปแบบสัญญายืมตัว ก่อนที่ตลาดซื้อ-ขายนักเตะภายในประเทศจะปิดตัวลง วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมนี้ ตามรายงานจาก โกล สื่อลูกหนังชื่อดัง เมื่อวันพุธที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา

            ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม "หงส์แดง" ได้ปล่อยนักเตะที่หมดสัญญาอย่าง อดัม ลัลลานา รวมทั้งขาย เดยัน ลอฟเรน และ ริอาน บรูว์สเตอร์ ออกจากทีม และล่าสุด คล็อปป์ มีแผนที่จะลดขนาดทีมอีกรอบ โดยเล็งปล่อยนักเตะดาวรุ่งรวมและแข้งสำรองที่ไม่ค่อยได้ใช้งานออกไปแบบชั่วคราว

            โกล ระบุว่า แฮร์รี่ วิลสัน ปีกทีมชาติเวลส์ คือหนึ่งใน 5 รายที่จะถูกปล่อยออกจากทีม โดย สวอนซี ซิตี้, ดาร์บี้ เค้าน์ตี้, น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ต่างมีความสนใจที่จะยืมตัว ดาวเตะวัย 23 ปี ไปใช้งาน

            ขณะที่ เบน วู้ดเบิร์น มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวเวลส์ ก็เตรียมที่จะถูกปล่อยออกไปแบบยืมตัวอีกรอบ ซึ่งก็เชื่อกันว่า ตอนนี้เจ้าตัวกำลังเป็นที่ต้องการของสองสโมสรในระดับ ลีก วัน อย่าง ชาร์ลตัน แอธเลติก และ ฮัลล์ ซิตี้ นอกจากนี้ คล็อปป์ ก็หวังที่จะส่ง นาธาเนียล ฟิลลิปส์, เลียม มิลลาร์ และ เฮอร์บี้ เคน ให้สโมสรอื่นยืมตัวไปใช้งานอีกครั้งเช่นกัน

            ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีกระแสข่าวว่า ลิเวอร์พูล อาจจะมีการเสริมทัพก่อนตลาดปิดวันศุกร์นี้ โดยเล็งเป้าไปที่ เดวิด บรู๊คส์ มิดฟิลด์ฝีเท้าดีของ บอร์นมัธ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทางการ!มหาเทพเวลเบ็คได้สังกัดใหม่ในพรีเมียร์ฯ

แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตหัวหอกทีมชาติอังกฤษ ได้สังกัดใหม่ใน พรีเมียร์ลีก แล้ว หลังเพิ่งแยกทางกับ วัตฟอร์ด ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา

ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศยืนยันคว้าตัว แดนนี่ เวลเบ็ค อดีตกองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาเข้าถิ่น เอแม็กซ์ สเตเดี้ยม อย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม ที่ผ่านมา

ในเวลานี้นักเตะไร้สังกัดยังสามารถหาทีมใหม่ได้หลังปิดตลาดนักเตะไปแล้ว และหัวหอกวัย 29 ปี ก็ตกลงเซ็นสัญญากับ "เจ้านกนางนวล" เป็นเวลา 1 ปี หลังเพิ่งยกเลิกสัญญากับ วัตฟอร์ด สโมสรในศึก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่ายในช่วงต้นเดือนต.ค. ที่ผ่านมา

ก่อนหน้านี้ เวลเบ็ค เคยอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ระหว่างปี 2008-2014 แล้วย้ายไปเล่นให้ อาร์เซน่อล ก่อนไปอยู่กับ วัตฟอร์ด เมื่อปี 2019 โดยลงเล่นให้ "แตนอาละวาด" ใน พรีเมียร์ลีก 18 นัด ทำได้ 2 ประตู

ขณะที่ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ผู้จัดการทีม ไบรท์ตัน เผยว่า "พวกเราดีใจมากที่ แดนนี่ ย้ายมาร่วมทีม เขาจะเป็นทางเลือกในตำแหน่งกองหน้าที่เราขาดหายไป เขามีเกียรติประวัติอย่างไม่ต้องสงสัย รวมทั้งมีความเร็ว และเทคนิคที่ดีมากๆ เขาจะช่วยเพิ่มความอันตรายในแนวรุกของเรา เราตื่นเต้นที่ได้นักเตะอีกรายที่มีทั้งประสบการณ์และคุณภาพ"

 

ดาร์บี้เดือด! ลิเวอร์พูลชวดชัยโดนVARริบทดเจ็บบุกเจ๊าเอฟเวอร์ตัน10ตัวสุดมันส์

ศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" จบลงด้วยการแบ่งแต้มไปอย่างสุดมันส์ หลังจาก โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน โขกประตูช่วยให้ เอฟเวอร์ตัน รอดพ้นจากความพ่ายแพ้ตามตีเสมอ ลิเวอร์พูล ไปด้วยสกอร์ 2-2 โดยเกมนี้มามีดราม่าช่วงท้ายเกมเมื่อ ริชาร์ลิซอน มาโดนใบแดง แถม "หงส์แดง" ชวดได้ลูกสามเมื่อประตูของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถูกวีเออาร์ริบไป ทำให้ "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" ยังรักษาสถิติไร้พ่ายยังรั้งจ่าฝูง ส่วน "หงส์แดง" ขยับขึ้นมารั้งรองฝูง

    การแข่งขันตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2563 ที่สนาม กูดิสัน พาร์ค ศึก "เมอร์ซี่ย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์" เป็นการพบกันระหว่าง เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล

    เอฟเวอร์ตัน ของกุนซือ คาร์โล อันเชลอตติ เกมนี้ไม่มีปัฯหาการจัดทัพส่งชุดดีที่สุดลงเล่นครบครับได้ อัลลัน และ อันเดร โกเมส กลับมาประจำการแดนกลาง ขณะที่ 3 แนวรุกยังนำมาโดย ฮาเมส โรดริเกซ, ริชาร์ลิซอน และ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน

          ด้าน ลิเวอร์พูล ของกุนซือ เจอร์เก้น คล็อปป์ เกมนี้ขาด อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่มีอาการเจ็บแล้วเป็น อาเดรียน เฝ้าเสาแทนอีกครั้ง ขณะที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงครั้งแรก ส่วนสามแนวรุกลงสนามครบครันทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ ซาดิโอ มาเน่

    ครึ่งแรกเปิดฉากมาเพียง 3 นาทีเท่านั้น ลิเวอร์พูล ที่บุกเข้าใส่ก่อนมาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะที่ แอนดรูว์ โรบิร์ตสัน เติมขึ้นมาแล้วเปิดเข้าเขตโทษให้ ซาดิโอ มาเน่ วิ่งเข้ามาซัดตามน้ำบอลเสยคานบนเข้าประตูไป

    อยางไรก็ตาม นาทีที่ 7 ลิเวอร์พูล โชคร้ายเมื่อ เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มีอาการเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว จากจังหวะที่โดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ใช้เท้าสกัดจนล้มลงในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แสดงให้เห็นว่าแนวรับชาวดัตช์อยู่ในจังหวะล้ำหน้าไปก่อนชวดได้จุดโทษไป ก่อนจะเป็น โจ โกเมซ ที่ได้ลงเล่นแทน ในนาที 11

    จากนั้น นาที 12 เอฟเวอร์ตัน ได้ลุ้นตามตีเสมอจากจังหวะที่ ลูก้าส์ ดีญ เปิดจากกราบซ้ายไปเข้าหัวของ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน พุ่งมาโหม่งแต่บอลข้ามคาน

    ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้มีโอกาสบุกใส่ต่อเนื่อง นาที 19 เชมุส โคลแมน จ่ายบอลจากแดนตัวเองทะลุช่องให้ คัลเวิร์ท-เลวิน หลุดเข้าเขตโทษแล้วซัดมุมแคบแต่ อาเดรียน ปิดมุมได้ดีปัดออกหลัง

    หลังจากนั้นลูกเตะมุมในจังหวะต่อเนื่อง ฮาเมส โรดริเกซ เปิดมาเข้าหัวของ ไมเคิ่ล คีน เติมขึ้นมาโขกเหน่งๆบอลไปตรงตัว อาเดรียน แต่ปัดไม่ออกบอลเข้าประตูไปให้ เอฟเวอร์ตัน ตามตีเสมอ 1-1 ในนาที 19

    ถัดมา นาที 25 เกือบขึ้นนำอีกครั้งจากจังหวะฟรีคิกหน้าเขตโทษ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เขี่ยเปลี่ยนจุดให้ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ บรรจงปั่นไปเสาแรก แต่ จอร์แดน พิคฟอร์ด โชว์ซูเปอร์เซฟบินปัดออกหลังไปหวุดหวิด

    นาที 31 เอฟเวอร์ตัน ต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรกเช่นกัน หลังจาก เชมุส โคลแมน มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังจนเล่นต่อไม่ไหว แล้วเป็น บน ก็อดฟรีย์ แข้งดาวรุ่งรายใหม่ที่เพิ่งย้ายมาจาก นอริช ลงเล่นแทน

    หงส์แดง ได้ลุ้นอีกครั้ง ใน นาที 33 จากจังหวะที่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า รับบอลจาก ซาดิโอ มาเน่ หน้าเขตโทษแล้วซัดด้วยขวาบอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว

    ช่วงที่เหลือไม่มีใครทำอะไรเพิ่มได้ทำให้จบครึ่งแรกทั้งสองทีมยังเสมอกันอยู่ 1-1

    เปิดฉากครึ่งหลังมา ลิเวอร์พูล ขึงบุกใส่ทันที และเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง ในนาที 48 จอร์ดน เฮนเดอร์สัน เก็บตกได้หน้าเขตโทษแล้วยิงฉีดยาด้วยขวาบอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

    นาที 59 เอฟเวอร์ตัน พลาดโอกาสทองที่จะขึ้นนำ ฮาเมส เปิดไปเสาไหลให้ ริชาร์ลิซอน ได้โขกเน้นๆ แต่บอลไปชนเสาอย่างจัง

    จนกระทั่งนาที 72 หลังจาก ลิเวอร์พูล เปิดเกมบุกใส่อยู่พักใหญ่มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง 2-1 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดเข้าเขตโทษ เยอร์รี่ มิน่า สกัดไม่ดีไปเข้าทางปืนของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กดสวนตูมเดียวด้วยซ้ายส่งบอลตุงตาข่าย

    อย่างไรก็ตาม นาที 81 เอฟเวอร์ตัน ไล่ตามตีเสมอ 2-2 ลูก้าส์ ดีญ เติมขึ้นมาครอสเข้าเขตโทษให้ โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน เทคตัวขึ้นโหม่งสูงกว่าแนวรับทีมเยือนส่งบอลตุงตาข่ายไปอยางสวยงาม

    ท้ายเกม เอฟเวอร์ตัน ต้องมาเหลือผู้เล่น 10 คนเมื่อ ริชาร์ลิซอน ไปเสียบสกัดใส่ ติอาโก้ อัลกันตาร่า อย่างรุนแรง ผู้ตัดสินแจกใบแดงให้ดาวยิงชาวบราซิลทันที ในนาที 90

    จนกระทั่งทดเจ็บ นาที 90+3 ลิเวอร์พูล ต้องเฮเก้อเมื่อ มาเน่ หลุดไปถึงสุดเส้นหลังแล้วตบเข้ากลางให้ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สอดมาซัดเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินเช็กวีเออาร์แสดงให้เห็นว่าแขนของ มาเน่ ล้ำหน้าชวดได้ประตูไปอย่างน่าเสียดาย 

    เวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่ม จบเกม เอฟเวอร์ตัน เสมอ ลิเวอร์พูล 2-2
    
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

เอฟเวอร์ตัน (4-3-3) : จอร์แดน พิคฟอร์ด – เชมัส โคลแมน, เยร์รี่ มีน่า, ไมเคิ่ล คีน, ลูก้าส์ ดีญ – อันเดร โกเมส, อับดูลาย ดูกูเร่, อัลลัน – ฮาเมส โรดริเกซ, โดมินิก คัลเวิร์ท-เลวิน, ริชาร์ลิซอน

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อาเดรียน – เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โฌแอล มาติป, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, ติอาโก้ อัลกันตาร่า, ฟาบบินโญ่ – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่