18เอเยนต์ฟันธงดีลลิเวอร์พูลเจ๋ง-ห่วยสุดคาวานี่

รอดูกัน! สื่อเมืองผู้ดีจับ 18 เอเยนต์มาวิเคราะห์ดีลเจ๋งสุดและห่วยสุดประจำซัมเมอร์ มอง แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ควรคว้า เอดินสัน คาวานี่ เพราะอายุเยอะ แถมค่าเหนื่อยแพงอีกต่างหาก

ดิ แอธเลติก สื่ออังกฤษ สอบถามความเห็นจากเอเยนต์นักเตะ 18 รายว่า ช่วงเปิดตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา การย้ายทีมของใครที่เป็นดีลแย่สุดและดีสุด โดยผลออกมาเป็น เอดินสัน คาวานี่ กองหน้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ติอาโก้ อัลกันตาร่า กองกลาง ลิเวอร์พูล ตามลำดับ

จากผลสำรวจมี 28 เปอร์เซ็นต์ที่มองว่า "ปีศาจแดง" ไม่ควรดึง คาวานี่ มาเข้าถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เนื่องจากอายุ 33 ปีแล้ว แถมยังต้องจ่ายค่าเหนื่อยสูงถึง 200,000 ปอนด์ (ประมาณ 8 ล้านบาท) ต่อสัปดาห์ แม้ไม่ต้องเสียค่าตัวเนื่องจากเป็นนักเตะไร้สังกัดก็ตาม

ผลโหวตดีลห่วยสุดประจำซัมเมอร์

เอดินสัน คาวานี่ มา แมนฯ ยูไนเต็ด        28 เปอร์เซ็นต์
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค มา แมนฯ ยูไนเต็ด        11 เปอร์เซ็นต์
นาธาน อาเค่ มา แมนฯ ซิตี้            6 เปอร์เซ็นต์
อาหมัด ดิยัลโล่ มา แมนฯ ยูไนเต็ด         6 เปอร์เซ็นต์
เกรดี้ ดิอังกาน่า มา เวสต์บรอมวิช            6 เปอร์เซ็นต์
เวสเล่ย์ โฟฟาน่า มา เลสเตอร์            6 เปอร์เซ็นต์
ไค ฮาแวร์ทซ์ มา เชลซี            6 เปอร์เซ็นต์
โธมัส ปาร์เตย์ มา อาร์เซน่อล            6 เปอร์เซ็นต์
คัลลั่ม โรบินสัน มา เวสต์บรอมวิช        6 เปอร์เซ็นต์   
เนลซอน เซเมโด้ มา วูล์ฟส์            6 เปอร์เซ็นต์
ฟาบิโอ ซิลวา  มา วูล์ฟส์            6 เปอร์เซ็นต์
คาร์ลอส วินิซิอุส มา สเปอร์ส            6 เปอร์เซ็นต์
วูล์ฟส์ ขาย แม็ตต์ โดเฮอร์ตี้            6 เปอร์เซ็นต์

 

ผลโหวตดีลเจ๋งสุดประจำซัมเมอร์

ติอาโก้ อัลกันตาร่า มา ลิเวอร์พูล            28 เปอร์เซ็นต์
ฮาเมส โรดริเกซ มา เอฟเวอร์ตัน            22 เปอร์เซ็นต์
อัลลัน มา เอฟเวอร์ตัน                11 เปอร์เซ็นต์
คัลลัม วิลสัน มา นิวคาสเซิ่ล            11 เปอร์เซ็นต์
แกเร็ธ เบล มา สเปอร์ส            6 เปอร์เซ็นต์
เบน ก็อดฟรีย์ มา เอฟเวอร์ตัน            6 เปอร์เซ็นต์
ดิโอโก้ โชต้า มา ลิเวอร์พูล            6 เปอร์เซ็นต์
เอมิเลียโน่ มาร์ติเนซ มา แอสตัน วิลล่า        6 เปอร์เซ็นต์
โธมัส ปาร์เตย์ มา อาร์เซน่อล            6 เปอร์เซ็นต์
 

บ่อนปรับราคาแชมป์พรีเมียร์ฯ-ยังมองข้ามแมนยูแม้เสริมหนัก,เอฟเวอร์ตันแรง

ร้านพูลเมืองผู้ดี ยังไม่เชื่อน้ำยา แมนฯ ยูไนเต็ด ให้เป็นแค่เต็ง 7 คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก แม้เสริมทัพหลายรายก็ตาม ขณะที่ ลิเวอร์พูล ยังเต็ง 1 ส่วน เอฟเวอร์ตัน มาแรงหลังเปิดซีซั่นเยี่ยม
    วิลเลี่ยม ฮิลล์ บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายของประเทศอังกฤษ ปรับอัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก หลังจากที่ปิดตลาดซื้อขายนักเตะระหว่างประเทศไปแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยยังคงมองข้าม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้ปิดดีลแข้งใหม่ได้ถึง 5 คนในวันสุดท้ายก็ตาม

    ก่อนหน้านี้ "ปีศาจแดง" ได้ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค กองกลางดัตช์ แค่คนเดียว แต่ในวันสุดท้ายของตลาดจัดการรวบทั้ง อเล็กซ์ เตลเลส แบ็กซ้ายชาวบราซิเลียน, ดิยัลโล่ ตราโอเร่ ปีกดาวรุ่ง, เอดินสัน คาวานี่ กองหน้าดาวดังทีมชาติอุรุกวัย, ฟากุนโด้ เปยิสตรี้ ปีกดาวรุ่งชาวอุรุกวัย และ วิลลี่ ก็อมบวาล่า เซนเตอร์แบ็กชาวฝรั่งเศสวัย 16 ปี

    อย่างไรก็ตาม ร้านพูลเมืองผู้ดียังให้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นแค่เต็ง 7 ที่อัตราต่อรอง 40/1 (แทง 1 จ่าย 40 ไม่รวมทุน) ขณะที่เต็ง 1 ยังเป็นของ ลิเวอร์พูล ที่ราคา 5/4  (แทง 4 จ่าย 5 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย แมนฯ ซิตี้ ที่อัตราต่อรอง 6/4  (แทง 4 จ่าย 6 ไม่รวมทุน)

อัตราต่อรองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของ วิลเลี่ยม ฮิลล์
1. ลิเวอร์พูล   5/4  (แทง 4 จ่าย 5 ไม่รวมทุน)
2. แมนฯ ซิตี้  6/4
3. เชลซี    14/1
4. เอฟเวอร์ตัน  18/1
5. อาร์เซน่อล  22/1
5. สเปอร์ส   22/1
7. แมนฯ ยูไนเต็ด  40/1
8. เลสเตอร์  66/1
9. แอสตัน วิลล่า   125/1
10. ลีดส์   200/1
10. วูล์ฟส์   200/1
10. เซาธ์แฮมป์ตัน  200/1
13. เวสต์แฮม  500/1
13. นิวคาสเซิ่ล  500/1
15. ไบรท์ตัน  750/1
15. เบิร์นลี่ย์  750/1
15. คริสตัล พาเลซ  750/1
18. เชฟฯ ยูไนเต็ด  1,000/1
19. เวสต์บรอมวิช  1,500/1
20. ฟูแล่ม   2,000/1

เซฟน้าด่วน!บ่อนปรับราคากุนซือโดนเด้งคนแรก

ร้านพูลเมืองผู้ดีปรับราคากุนซือ พรีเมียร์ลีก โดนเด้งคนแรก โดยเต็ง 1 ตอนนี้เหลือราคาแค่แทงเท่าไหร่จ่ายเท่านั้นแล้ว
    บริษัทรับพนันที่ถูกกฎหมายในประเทศอังกฤษแทบทุกแห่ง พร้อมใจกันปรับราคาให้ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นมาเป็นเต็ง 1 กุนซือ พรีเมียร์ลีก คนแรกที่จะโดนไล่ออกในฤดูกาล 2020/21 แล้ว หลังพาทีมทำผลงานแย่ในช่วงออกสตาร์ตซีซั่น

    สกาย เบต ร้านพูลดังเมืองผู้ดี ออกราคาที่ โซลชา จะโดนเด้งคนแรกไว้ที่แค่ 1/1 (แทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน) เท่านั้น ขณะที่ สกอตต์ พาร์เกอร์ นายใหญ่ ฟูแล่ม หล่นไปเป็นเต็ง 2 ที่อัตราต่อรอง  2/1 (แทง 1 จ่าย 2 ไม่รวมทุน)

    เก้าอี้ของ โซลชา เริ่มสั่นคลอนตั้งแต่เกมลีกนัดประเดิมสนามที่แพ้ คริสตัล พาเลซ 1-3 คารัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และตอนนี้ยิ่งเจอกับความกดดันมากขึ้นไปอีกหลังจากล่าสุดพ่าย ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ คาบ้านแบบเละเทะ 1-6 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม ที่ผ่านมา

    ขณะที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตกุนซือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ที่จะได้เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของ "ปีศาจแดง" ด้วยราคา 9/5 (แทง 5 จ่าย 9 ไม่รวมทุน) ตามมาด้วย มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี อดีตเทรนเนอร์ ยูเวนตุส ที่ราคา 7/1 (แทง 1 จ่าย 7 ไม่รวมทุน)

    อัตราต่อรองผู้จัดการทีม พรีเมียร์ลีก ที่จะโดนไล่ออกคนแรกของ สกาย เบต

1. โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (แมนฯ ยูไนเต็ด)    1/1 (แทง 1 จ่าย 1 ไม่รวมทุน)
2. สกอตต์ พาร์เกอร์ (ฟูแล่ม)         2/1
3. สลาเวน บิลิช (เวสต์บรอมวิช)        7/1
4. ฌอน ไดช์ (เบิร์นลี่ย์)        10/1
5. รอย ฮ็อดจ์สัน (คริสตัล พาเลซ)        16/1
5. คริส ไวล์เดอร์ (เชฟฯ ยูไนเต็ด)     16/1
5. แฟร้งค์ แลมพาร์ด (เชลซี)        16/1
5. เดวิด มอยส์ (เวสต์แฮม)        16/1
9. โชเซ่ มูรินโญ่ (สเปอร์ส)        18/1
10. สตีฟ บรูซ (นิวคาสเซิ่ล)        20/1

ตารางบอลวันนี้! เจลีกน่าดู บอลไทยน่าเชียร์ ลุ้นแมนยูกู้หน้า เช็กโปรแกรมบอลวันนี้+ช่องถ่ายทอดสด

วันนี้ศึกเจลีก ญี่ปุ่นเชียร์ทีมแข้งไทย ชิมิสึ เอส-พัลส์ และ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ลงบู๊ ขณะที่พรีเมียร์ลีกลุ้นแมนฯ ยูไนเต็ดเก็บชัยกู้ชื่อ นอกจากนี้ยังมีกัลโช่ เซเรีย อา, ลาลีกา สเปน, บุนเดสลีกา และ ลีกเอิง ฝรั่งเศส ให้ตามเชียร์ เรามีโปรแกรมฟุตบอลวันนี้ พร้อมช่องถ่ายทอดสดฟุตบอลมาฝากแฟนบอลที่ต้องการดูบอลสด
    โปรแกรมเจ ลีก ญี่ปุ่น

    12:00 น. นาโกย่า แกรมปัส พบ ชิมิสึ เอส-พัลส์ >>> YouTube Siamsport
    16:00 น. อูราวะ เรด ไดมอนส์ พบ โยโกฮาม่า เอฟซี
    17:00 น. วิสเซล โกเบ พบ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร >>> ช่อง 9 MCOT

    โปรแกรมไทยลีก 1

    17:45 น. เอสซีจี เมืองทองฯ พบ ราชบุรี มิตรผล เอฟซี >>> True4U
    18:00 น. โปลิศ เทโร เอฟซี พบ ชลบุรี เอฟซี >>> ทรูสปอร์ต เอชดี 3
    19:00 น. ตราด เอฟซี พบ การท่าเรือ เอฟซี >>> ทรูวิชั่นส์ 357
    20:00 น. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ สุพรรณบุรี เอฟซี >>> True4U

    โปรแกรมไทยลีก 2

    17:45 น. ลำปาง เอฟซี พบ ขอนแก่น เอฟซี >>> ทรูสปอร์ต 6
    18:00 น. ไทยยูเนี่ยน สมุทรสาคร เอฟซี พบ หนองบัว พิชญ เอฟซี >>> ทรูวิชั่นส์ 358
    19:00 น. ขอนแก่น ยูไนเต็ด พบ เอ็มโอเอฟ ศุลกากร ยูไนเต็ด >>> ทรูสปอร์ต 7
    19:00 น. อุทัยธานี เอฟซี พบ เชียงราย ยูไนเต็ด >>> ทรูสปอร์ต 5
    20:00 น. เกษตรศาสตร์ เอฟซี พบ ราชนาวี เอฟซี >>> ทรูสปอร์ต 6

    โปรแกรมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
   
    18:30 น. ไบรท์ตัน พบ แมนฯ ยูไนเต็ด >>> PPTV HD, TPF HD 1 (600)
    21:00 น. คริสตัล พาเลซ พบ เอฟเวอร์ตัน >>> TPF HD 1 (600)
    23:30 น. เวสต์บรอมวิช พบ เชลซี >>> TPF HD 1 (600)
    02:00 น. เบิร์นลี่ย์ พบ เซาธ์แฮมป์ตัน >>> TPF HD 1 (600)

มูรินโญ่โชว์วาจาปากกรรไกรกรีดแลมพ์สเจ็บจี๊ดไปถึงใจ

โชเซ่ มูรินโญ่ นายใหญ่ สเปอร์ส โชว์ฝีปากสุดเจ็บจี๊ดกรีด แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในระหว่างเกมที่ "ไก่เดือยทอง" ชนะจุดโทษ เชลซี เกมคาราบาว คัพ รอบ 4 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา งานนี้ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ที่เคยหวานชื่นในยุคร่วมงานกันในถิ่นสแตมฟอร์ด บริจด์ จบสิ้นไปแล้ว
    โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีสของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โชว์ลีลาฝีปากจัดจ้านด้วยการจวกใส่ แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ระหว่างเกมที่ "ไก่เดือยทอง" ชนะจุดโทษ 5-4 หลังจากที่เสมอกันในเวลา 90 นาที 1-1 ศึกคาราบาว คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา

    เกมนี้ เชลซี ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ติโม แวร์เนอร์ ซึ่งเป็นประตูแรกอย่างเป็นทางการที่เขายิงให้กับ "สิงห์บลูส์" นับตั้งแต่ย้ายจาก แอร์เบ ไลป์ซิก ในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยในช่วงระหว่างนั้น "เฮียมู" กับ แลมพ์ส ที่เคยเป็นอาจารย์กับลูกศิษย์สมัยอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้เปิดฉากสงครามน้ำลายใส่กันอย่างเมามัน

    มูรินโญ่ ได้ระเบิดอารมณ์อย่างรุนแรงใส่ แลมพาร์ด ด้วยคำพูดที่ว่า "ไอ้เวร แฟร้งค์ ทีตอนที่แกกำลังจะแพ้ 0-3 แกไม่เห็นมายืนอย่างนี้เลย" โดย กุนซือจอมแท็คติก แซะ ตำนานทีมชาติอังกฤษ ในแมตช์ที่ เชลซี โดน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน นำ 3-0 แต่สุดท้ายสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาตีเสมอ 3-3 ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

    จากการแสดงพฤติกรรมที่เดือดดาลในครั้งนี้ทำให้ดูเหมือนความสัมพันธ์เก่าๆ ระหว่าง มูรินโญ่ กับ แลมพาร์ด ที่ครั้งหนึ่งเคยร่วมงานกันในยุคที่ เชลซี รุ่งเรือง และประสบความสำเร็จมากมาย เปลี่ยนไปเป็นศัตรูคู่อาฆาตไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

ผ่านไปแค่3นัด!เชลซีทาบสถิติตลอดทั้งซีซั่นก่อน

เกมเจ๊า เวสต์บรอมฯ ในนัดล่าสุดทำให้ เชลซี เสียประตูจากความผิดพลาดโดยตรงไปแล้ว 3 ครั้งในซีซั่นนี้ เท่ากับที่ทำไปตลอดทั้งฤดูกาลก่อน แถม ติอาโก้ ซิลวา ยังกลายเป็นแข้งเอาท์ฟิลด์คนแรกตั้งแต่ปี 2018 ที่ทำพลาดจนส่งผลให้ทีมเสียประตูในนัดประเดิมสนามด้วย

เชลซี เสียประตูจากความผิดพลาดโดยตรงของพวกเขาเองไปแล้ว 3 ครั้งในศีก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาลนี้ ซึ่งเท่ากับที่พวกเขาเสียตลอดทั้งซีซั่นก่อนทั้งที่ฤดูกาลนี้เพิ่งผ่านมาเพียง 3 นัด ตามการเปิดเผยของ อ็อปต้า สื่อด้านบันทึกสถิติชื่อดัง

ในนัดล่าสุดที่ เชลซี ไปเยือน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่่ผ่านมานั้น พวกเขาตามหลังไปก่อน 3 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนที่จะมารัว 3 ประตูในช่วงครึ่งหลังจนทำให้ได้ 1 คะแนนกลับบ้าน

ทั้งนี้ ในเกมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแค่นัดเดียว เชลซี  ก็เสียประตูจากความผิดพลาดโดยตรงไปถึง 2 หน โดยจังหวะแรกคือชอตที่ มาร์กอส อลอนโซ่ โหม่งบอลไม่ดีจนนำไปสู่ลูกแรกของ เวสต์บรอมฯ ส่วนหนที่สองคือชอตที่ ติอาโก้ ซิลวา ทำพลาดก่อนที่ คัลลั่ม โรบินสัน จะทำให้ "เดอะ แบ็กกี้ส์" หนีห่างเป็น 2-0

นอกจากนี้ ซิลวา ยังเป็นนักเตะเอาท์ฟิลด์ (หมายถึงตำแหน่งอื่นนอกจากผู้รักษาประตู) คนแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2018 ที่ทำให้ทีมเสียประตูจากความผิดพลาดของตัวเองโดยตรงตั้งแต่นัดประเดิมสนามด้วย โดยคนสุดท้ายก่อนหน้านี้คือ อิสซ่า ดิย็อป ตอนที่ลงเล่นให้ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในนัดที่เจอกับ อาร์เซน่อล

ไม่ปลื้ม!แลมพาร์ดติซิลวา,อลอนโซ่พลาดง่ายเกิน

แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือ เชลซี ตำหนิ ติอาโก้ ซิลวา กับ มาร์กอส อลอนโซ่ เล่นพลาดกันง่ายๆ ในเกมบุกเจ๊า เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน สุดมันส์ 3-3 แต่ยันไม่มีการโยนความผิดให้นักเตะ โดยเฉพาะในรายของ ซิลวา ที่เพิ่งลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก ครั้งแรก

แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เชื่อว่า ติอาโก้ ซิลวา เซนเตอร์แบ็กตัวใหม่ชาวบราซิเลียน และ มาร์กอส อลอนโซ่ แบ็กซ้ายชาวสแปนิช เป็นสองจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้ทีมเสียถึง 3 ประตูตั้งแต่ครึ่งแรก ในเกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ "สิงห์บลูส์" บุกไปเสมอ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน 3-3 เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายน ที่ผ่านมา
 
เกมนี้ เชลซี จบครึ่งแรกด้วยการมีสกอร์ตามหลัง 0-3 จากความผิดพลาดง่ายๆ ในแดนหลัง อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งหลัง "สิงห์บลูส์" ตีไข่แตกได้เร็วตั้งแต่นาทีที่ 55 จากการยิงสุดสวยของ เมสัน เมาท์ ก่อนที่จะไล่ขึ้นมาเป็น 2-3 จากผลงานของ คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย นาทีที่ 70 ซึ่งเกมทำท่าจะจบลงด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่น แต่ในนาทีที่ 90+2 เชลซี ตามตีเสมอเป็น 3-3 ได้สำเร็จ จาก แทมมี่ อบราฮัม ที่ตามซ้ำลูกยิงของ เมาท์ เข้าไปง่ายๆ พร้อมเก็บ 1 แต้ม กลับออกจากถิ่น เอเม็กซ์ สเตเดี้ยม ได้แบบสุดระทึก กระทั้ง แลมพาร์ด ไม่แฮปปี้กับฟอร์มการเล่นของ อลอนโซ่ และ ซิลวา ที่ลงเล่นเกม พรีเมียร์ลีก นัดแรก

"มันเป็นความผิดพลาดง่ายๆ พลาดแบบชัดเจนเลย ประตูแรก มาร์กอส โหม่งบอลเข้ากลางสนามให้พวกเขาพาบอลเข้าไปทำประตูเฉย ติอาโก้ เองก็พลาดเช่นกัน (จังหวะเสียประตูที่สอง) หลังจากนั้น มาร์กอส ก็มาพลาดอีกกับประตูที่สาม ซึ่งเขาประกบ (ไคล์ บาร์ทลีย์ คนทำประตู) ไม่ดี และเมื่อคุณผิดพลาดกันแบบนี้ มันก็กลายเป็นเรื่องยากที่จะกลับมา" นายใหญ่ เชลซี กล่าว

อย่างไรก็ตาม แลมพาร์ด ยืนยันว่า ตนจะไม่โทษ ซิลวา และมั่นใจว่า เชลซี จะได้อะไรดีๆ อีกมากมายจาก ปราการหลังเลือดแซมบ้าวัย 36 ปี "ฟังนะ ติอาโก้ ซิลวา จะเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมสำหรับเราแน่นอน เขามีผลงานที่ดีมาตลอดอาชีพการเล่นฟุตบอล ผมสามารถพูดถึงความผิดพลาดได้ แต่ผมจะไม่โยนความผิดให้เขา นี่คือเกม พรีเมียร์ลีก นัดแรกของเขา และผมมั่นใจว่า เราจะได้อะไรดีๆ จากเขาอีกเยอะ"

บิลิชเดือดจังหวะฮาแวร์ทซ์ยังไงก็แฮนด์บอล

สลาเวน บิลิช กุนซือเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน โมโหสุดขีดที่ลูกทีมเสียประตูให้แก่ เชลซี ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เนื่องจากจังหวะก่อนที่มีประตูเกิดขึ้น มันน่าจะเป็นการแฮนด์บอลของ ไค ฮาแวร์ทซ์

เกมพรีเมียร์ลีก ที่สนาม เดอะ ฮอว์ธอร์น เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา จบลงด้วยผลเสมอกันระหว่าง เวสต์บรอมวิช กับ เชลซี 3-3 โดยทางทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ

อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ แทมมี่ อบราฮัม ซึ่งเป็นผู้ทำประตูตีเสมอ มีจังหวะที่ลูกฟุตบอลไปโดนบริเวณแขนของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ก่อนที่แนวรับของ ‘เดอะ แบ็กกี้ส์’ จะสกัดไปเข้าทางของ เมาท์ จากนั้นมิดฟิลด์’สิงห์บลูส์’ ก็ซัดด้วยขวา แต่ แซม จอห์นสตัน ปัดบอลมาเข้าทาง อบราฮัม แล้วซัดจ่อๆ แบบง่ายๆ

โดยในเรื่องนี้เอง สลาเวน บิลิช กุนซือของ เวสต์บรอมฯ ให้สัมภาษณ์ด้วยอารมณ์หงุดหงิด เนื่องจากตัวเองคิดว่ามันควรเป็นลูกแฮนด์บอลของ ฮาแวร์ตซ์ "ประตูที่สามมันยากที่จะยอมรับเพราะเห็นเลยว่าเป็นการแฮนด์บอลชัดเจน"

"ผมไม่ได้อยากพูดถึงเรื่องนี้เลย เพราะมันไม่ใช่จังหวะที่ ‘อาจจะ’ หรือ ‘เป็นไปได้’ เลย มันคือการแฮนด์บอล"

"จบแค่นั้นแหละ ผู้คนพูดว่าไม่ใช่แฮนด์บอลได้อย่างไรกัน แบบนี้มันก็เกินไป"

"ผมภูมิใจในผู้เล่นของผม พวกเขาควรได้รับความรู้สึกถึงความสุขในห้องแต่งตัว แต่มันก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น"

"ทุกคนล้วนผิดหวังเพราะพวกเขาไม่ได้ 3 คะแนนที่พวกเขาคู่ควร"

"ในฐานะผู้จัดการทีม ผมเดินเข้าห้องแต่งตัวแล้วเห็นใบหน้าอันหน้าผิดหวัง เพราะ 2 คะแนนถูกริบไปจากพวกเราเพราะลูกแฮนด์บอล"

อาจารย์สอนศิษย์ ! 5 ประเด็น สเปอร์ส เขี่ย เชลซี ร่วงคาราบาว คัพ

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือมากประสบการณ์ จัดการสั่งสอน แฟร้งค์ แลมพาร์ด อดีตลูกศิษย์ แบบเบาๆ โดย "เฮียมู" นำ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ชนะจุดโทษ เชลซี 5-4 หลังเสมอกันในเวลา 90 นาที 1-1 ในศึกคาราบาว คัพ รอบ 4 หรือรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อวันอังคารที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา
  ก่อนเกมนี้ มูรินโญ่ ออกโรงเปรยว่าอาจจะต้องปล่อยแมตช์ดังกล่าวไป เพราะกลัวสภาพร่างกายของลูกทีมจะกรอบเนื่องจากพวกเขามีโปรแกรมแน่นเอี๊ยด แต่กลายเป็นว่า สเปอร์ส เล่นได้ดีเยี่ยมสามารถต่อก่อน "สิงห์บลูส์" ที่มีขุมกำลังชั้นยอดมากมาย ได้อย่างสนุกสูสี

    แม้ว่า เชลซี จะตกรอบก็ตาม แต่อย่างน้อยๆ พวกเขาก็มีเรื่องพอยิ้มได้เพราะ ติโม แวร์เนอร์ สามารถซัดประตูแรกให้กับต้นสังกัดอย่างเป็นทางการซะที หลังจากรอมานานหลายเกม ขณะที่ เอดูอาร์ด เมนดี้ ลงเฝ้าเสาเปิดตัวเกมแรก ก็โชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจพอสมควร

    ที่สำคัญในช่วงระหว่างเกมนี้มีเรื่องน่าสนใจมากๆ ทั้งการปะทะคารมระหว่าง มูรินโญ่ กับ แลมพาร์ด รวมไปถึงการวิ่งออกนอกสนามของ เอริค ดายเออร์ ในช่วงกลางครึ่งหลัง จนทำให้ นายใหญ่ชาวโปรตุกีส ต้องรีบเข้าไปตามในอุโมงค์สนามเลยทีเดียว

1. แวร์เนอร์ เริ่มส่องแสง
    การมาของ ติโม แวร์เนอร์ ทำให้สาวก "สิงโตน้ำเงินคราม" มองเห็นโอกาสที่ทีมจะผลิตสกอร์เป็นกอบเป็นกำ เพราะนักเตะรายนี้ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นกับ แอร์เบ ไลป์ซิก แถมในช่วงอุ่นเครื่องยังยิงประตูได้ด้วย ทำให้งานนี้บรรดาคอบอลต่างเชื่อมั่นว่าเขาจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงเกมรุกของ เชลซี อย่างแน่นอน

    อย่างไรก็ตามการที่ต้องมาเล่นในบรรยากาศใหม่ วัฒนธรรมฟุตบอลที่คุ้นชินทำให้ แวร์เนอร์ ไม่สามารถผลิตฟอร์มชั้นยอดออกมาได้อย่างที่หลายคนคาดหวังเอาไว้ แม้ว่าผลงานโดยรวมในเรื่องการมีส่วนร่วมกับเกมถือว่า ดาวเตะทีมชาติเยอรมนี สอบผ่าน แต่การยิงประตูซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกๆ คนคาดหวัง นักเตะยังสอบตก

    กระนั้นตอนนี้ แวร์เนอร์ สามารถซัดประตูได้แล้วแม้ว่าจะเป็นการแข่งขันในเกมฟุตบอลถ้วยใบเล็กประเทศอังกฤษก็ตาม แต่ก็ถือเป็นการผลิตสกอร์ในการเล่นแมตช์อย่างเป็นทางการของนักเตะภายใต้ชุด "สิงห์บลูส์" ซึ่งประตูนี้คงจะทำให้เขามีความมั่นใจในการเล่นในเมืองผู้ดีมากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ประตูที่ แวร์เนอร์ ทำได้น่าจะเป็นการปลดล็อกความเครียด และความกดดันของเขาออกไปซะที จากนี้ไปคาดว่าบรรดาแนวรับคู่แข่งเตรียมระวังตัวเอาไว้ให้ดีๆ เพราะ หัวหอกวัย 24 ปี จะทำให้พวกเขาต้องหวาดผวาอย่างแน่นอน

2. อาจารย์สั่งสอนศิษย์
    เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่า โชเซ่ มูรินโญ่ กับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด มีความสัมพันธ์ที่ดีเยี่ยมสมัยที่ทั้งสองคนทำงานร่วมกันในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ โดยในยุคที่ "เฮียมู" คุม เชลซี "แลมพ์ส" ขุนพลคู่ใจในยุครุ่งเรืองของทีมที่ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างยิ่งใหญ่

    แน่นอนว่าการได้ทำงานร่วมกับทำให้ "แลมพ์ส" ได้ศึกษาวิธีการคุมทีม และการวางแท็คติกไม่มากก็น้อยมาจาก นายใหญ่ชาวโปรตุกีส โดยในช่วงที่ผลันตัวไปทำงานโค้ช แลมพาร์ดมีผลงานที่โดดเด่นมากๆ โดยเฉพาะกับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ จนทำให้ เชลซี ต้องตัดสินใจดึงเขามาชอบกอบกู้วิกฤติของสโมสรเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา และเขาก็มีส่วนทำให้ทีมติดท็อปโฟร์ได้สำเร็จ

    สำหรับการปะทะกันของอาจารย์กับลูกศิษย์ ดูเหมือนจะไม่น่าอภิรมณ์ตั้งแต่ก่อนการแข่งขัน เพราะพวกเขาสาดน้ำลายใส่กัน แถมในช่วงระหว่างการแข่งขัน มูรินโญ่ ยังพูดจาแขวะ แลมพาร์ด แบบเจ็บจี๊ดไปถึงทรวงในด้วยการอ้างถึงเกมที่ "สิงห์บลูส์" โดน เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน นำ 3-0 แต่เดชะบุญที่ตามตีเสมอได้ 3-3

    ในเกมนี้ แลมพาร์ด ดูเหมือนจะจัดการกำราบอาจารย์ได้เพราะพวกเขาได้ประตูขึ้นนำไปก่อน แต่ด้วยประสบการณ์และขาดการเล่นที่แน่นอน ซึ่งเทียบกับ มูรินโญ่ แล้วเขามีลูกล่อลูกชนเหนือกว่าเยอะ และสามารถวางแผนนำทีมตีเสมอในช่วงท้ายเกมได้สำเร็จ ก่อนจะไปเผด็จศึกในการดวลจุดโทษ

    เป็นอันว่าการดวลกันในฤดูกาล 2020/2021 ท่านอาจารย์ฝอยทอง กำราบลูกศิษย์ไปแบบเบาๆ สบายๆ 1 แมตช์

3.  เมนดี้  กดดัน เกปา ได้จริงเหรอ ?
    เชลซี ตัดสินใจคว้าตัว เอดูอาร์ด เมนดี้ มาเฝ้าเสาเพื่อหมายจะนำมากดดัน เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ที่ทำผลงานไม่ค่อยน่าประทับใจมากนักในฤดูกาลนี้ โดยการได้นายทวารชาวเซเนกัล ถูกส่งลงสนามในแมตช์คาราบาว คัพ ไม่ใช่เพราะ แลมพาร์ด จะใช้งานเขาในเกมฟุตบอลถ้วย แต่เป็นการให้โอกาสนักเตะได้ปรับตัวกับการเล่นในอังกฤษต่างหาก

    สำหรับผลงานโดยรวมของ เมนดี้ หากพูดกันตามเนื้อผ้าก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นไปกว่า เกปา แต่ข้อดีที่เห็นได้ชัดเจนการยืนตำแหน่งที่ถูกต้อง ไหวพริบในการเล่น และมีจังหวะการเซฟสวยๆ 2 ครั้ง ต้องถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ค่อนข้างน่าสนใจสำหรับนายทวารรายนี้

    อย่างไรก็ตามในเรื่องของการป้องกันจุดโทษดูเหมือน เมนดี้ ยังคงต้องฝึกปรือฝีมืออีกเยอะ เพราะเขาพุ่งไม่ถูกทางเลย ฉะนั้นการฝากความหวังกับเจ้าตัวในการฏีกาคงอาจจะต้องทำใจ กระนั้นนี่เป็นแค่เกมแรกของเขาเท่านั้น แม้ว่าจะไม่สวยหรูเพราะตกรอบ แต่ฟอร์มของเจ้าตัวคงทำให้ เกปา ต้องปาดเหงื่อแน่นอน

4. เสริมทัพรุ่งแต่ผลงานร่วง
    ในช่วงซัมเมอร์นี้ เชลซี คือสโมสรที่สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมากในการทุ่มเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อเสริมทัพ โดยพวกเขาน่าจะเป็นสโมสรเดียวในพรีเมียร์ลีก ที่คว้านักเตะชั้นยอดมาร่วมทีมได้มากมาย ในขณะที่ทีมร่วมลีกไม่สามารถเซ็นสัญญากับผู้เล่นพรสวรรค์มาเสริมทัพได้มากนัก

    ลองไล่รายชื่อนักเตะที่ เชลซี ทุ่มเงินมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้อย่าง  ฮาคิม ซิเย็ค,  แวร์เนอร์, เบน ชิลเวลล์, เมนดี้ และ ไค ฮาแวร์ทซ์  เป็นต้น รวมๆ แล้วเม็ดเงินที่ทุ่มลงไปในเวลานี้ทะลุไปกว่า 200 ล้านปอนด์ (ประมาณ 8,000 ล้านบาท) แล้ว

    อย่างไรก็ตามผลงานของทีมนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลนี้ ดูเหมือนจะไม่เข้าตาแฟนบอล และบอร์ดบริหาร โดยในเกมลีกพวกเขาลงเล่นไปแล้ว 3 แมตช์ชนะ 1 เสมอ 1 แพ้ 1 มีแค่ 4 แต้ม รั้งอันดับ 9 ในตารางลีก ขณะที่ในเกมคาราบาว คัพ ลงสนามไป 2 แมตช์ถล่ม บาร์นส์ลี่ย์ รอบ 3 และตกรอบ 4 ด้วยน้ำมือของ สปอร์ส

    สำหรับตอนนี้ความกดดันกำลังถาโถมเข้าใส่ แลมพาร์ด เพราะหากเขายังไม่สามารถกระตุ้นฟอร์มการเล่นของทีมให้กลับมาโดดเด่นสมกับเงินที่ทุ่มทุนเพื่อใช้สร้างทีม งานนี้มีหวังบอร์ดบริหารอาจจะมีการปรับเปลี่ยนตัวกุนซือ อย่างลืมว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กับ  มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ยังว่างงานอยู่นะ !!!

5. ธรรมชาติเรียกร้อง !
    ประเด็นที่น่าสนใจอีกเรื่องในแมตช์นี้ก็คือ ทำไม เอริค ดายเออร์ ถึงต้องรีบวิ่งออกจากสนามในช่วงนาทีที่ 75 ทั้งๆ ที่ในเวลานั้น สเปอร์ส ยังตกเป็นร่องเรื่องสกอร์ แถมการทิ้งเกมออกไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำให้พวกเขามีผู้เล่นน้อยกว่า และสุ่มเสี่ยงที่จะโดนยิงประตูเพิ่ม

    ด้วยเหตุนี้ มูรินโญ่ จึงได้รีบวิ่งเข้าไปในอุโมงค์เพื่อตาม ดายเออร์ ให้ออกไปลงสนามให้เร็วที่สุด เพราะขืนชักช้าอาจจะทำให้ทีมต้องเสียเปรียบไปมากกว่านี้ และหลังจากที่นักเตะกลับมาลงสนามได้ ทีมก็ยังไม่โดน เชลซี ยิงประตูทิ้งห่าง จากนั้นไม่นานนักพวกเขาก็ได้ประตูตีเสมอ ทำให้ต้องดวลจุดโทษตัดสิน และหนึ่งในห้าแข้งของ สเปอร์ส ที่ต้องทำหน้าที่สำคัญก็คือ ดายเออร์ และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อซัดเป็นคนแรกเข้าประตูซะด้วย

    หลังจบเกมนักเตะได้ออกมาเฉลยความจริงถึงสาเหตุที่ต้องรีบวิ่งเข้าไปในอุโมงค์เพราะว่าเกิดปัญหาเรื่องการขับถ่าย แต่เจ้าตัวไม่ได้บอกว่าเป็นการถ่ายหนักหรือถ่ายเบา ขณะที่ "เฮียมู" ก็ยอมรับจำเป็นต้องไปตามลูกทีมรายนี้ให้กลับมาลงสนามเร็วๆ เพราะไม่อยากให้ทีมต้องเสียเปรียบตัวผู้เล่นนานเกินไป

    สุดท้ายทุกอย่างจบอย่างแฮปปี้เอนดิ้ง เพราะ สเปอร์ส ชนะจุดโทษเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ เกมคาราบาว คัพ ส่วน ดายเออร์ ก็ไม่ต้องอับอายที่ต้องปล่อยสิ่งปฏิกูลในสนามแข่ง !!!

6 ประเด็นร้อนก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดที่ 2

พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กลับมาฟาดแข้งเต็มสตรีมกันอีกครั้ง ซึ่งสุดสัปดาห์นี้เป็นแมตช์เดย์ที่ 2 ซึ่งทุกทีมจะมีคิวเตะหลังจากทีมเมื่อสัปดาห์ก่อน มีการแข่งขันแค่ 8 คู่เท่านั้น

ในสกู๊ปนี้เราคัดเอา 6 คู่น่าสนใจว่าจะมีประเด็นอะไรน่าสนใจกันบ้าง พร้อมแล้ว ไปดูกันได้เลย!!

"แมนฯ ยูไนเต็ด-คริสตัล พาเลซ"

‘ปีศาจแดง’ เตรียมลงเล่นเกมลีกนัดแรกของฤดูกาล ส่วนทาง คริสตัล พาเลซ เกมก่อนเปิดบ้านเชือด เซาธ์แฮมป์ตัน มา 1-0

แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้ในบ้านต่อ พาเลซ เกมเดียวเท่านั้นการเจอกัน 22 เกมลีก   ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

บรูโน่ แฟร์นันด์ส มีส่วนร่วมกับประตูถึง 20 จากประตูที่ทีมทำได้ 51 ลูกในทุกรายการ นับตั้งแต่เขาเข้ามาร่วมทีมเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งเจ้าตัวทำได้ 12 ประตู กับอีก 8 แอสซิสต์

 ‘ดิ อีเกิลส์’ มีสิทธ์เป็นทีมแรกนับตั้งแต่ที่ เชลซี ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2014 ที่ไม่แพ้ในการบุกเยือนถิ่นเมือง แมนเชสเตอร์ ทั้ง ซิตี้ และ ยูไนเต็ด 5 เกมติดต่อกัน

หาก วิลฟรีด ซาฮา ทำประตูได้ในเกมนี้ จะเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวยิงได้ 2 เกมติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2019

"อาร์เซน่อล-เวสต์แฮม"

 อาร์เซน่อล โชว์ฟอร์มเยี่ยมบุกถล่มน้องใหม่ เวสต์บรอมวิช 3-0 ส่วน เวสต์แฮม พ่ายคาบ้านต่อ นิวคาสเซิล แบบน่าผิดหวัง เมื่อเกมก่อน
     
ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมย็อง ชอบเหลือเกินกับการเล่นเกม ลอนดอน ดาร์บี้ เมื่อมีส่วนร่วมกับประตูถึง 15 ลูก จาก 16 เกม โดยแบ่งเป็นยิง 12 ประตู และแอสซิสต์อีก 3 ครั้ง
   
ปืนใหญ่’ เอาชนะ ‘ขุนค้อน’ ได้ถึง 10 จาก 11 นัดที่เล่นในบ้านจากทุกรายการ

เวสต์แฮม ตั้งเป้าคว้าชัยในการเล่นเกมเยือนนัดแรกของฤดูกาลให้ได้ในรอบ 5 ปี ซึ่งครั้งสุดท้ายที่ทำได้คือการบุกเอาชนะ อาร์เซน่อล คู่แข่งของตัวเองในสัปดาห์นี้

เดวิด มอยส์ ยังไม่เคยเอาชนะในการบุกไปเยือนถิ่น อาร์เซน่อล ได้เลยสักครั้ง จากการเจอกัน 19 นัดก่อนหน้านี้ ซึ่งมีแค่ เชลซี เท่านั้นที่ มอยส์ ไม่สามารถบุกคว้าชัยได้มากกว่าจากความพยายามทั้งหมด 20 นัด

"เซาธ์แฮมป์ตัน-สเปอร์ส"

ในการลงเล่นเกมวันอาทิตย์ เซาธ์แฮมป์ตัน เอาชนะคู่แข่งได้ตลอด 4 เกมหลังสุด ขณะที่ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ คือทีมที่แพ้ในการลงเล่นวันอาทิตย์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก (88 นัด) รวมถึงเกมสัปดาห์ก่อนที่พ่ายต่อ เอฟเวอร์ตัน

แดนนี่ อิงส์ ทำประตูได้ทั้งสองเกมที่เจอกับ สเปอร์ส ในสีเสื้อ เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งมีแค่ นอริช ทีมเดียวเท่านั้นที่เขาทำประตูติดต่อกันได้มากกว่า (3 นัด)

แฮร์รี่ เคน ซัดประตูใส่ ‘เดอะ เซนต์ส์’ 9 ประตู จากเกมที่เจอกัน 9 นัดหลังในเวที พรีเมียร์ลีก ซึ่งเป็นทีมลำดับที่ 3 ที่ตกเป็นเหยื่อของ เคน มากที่สุดรองจาก เลสเตอร์ ซิตี้ (15 ประตู) และ อาร์เซน่อล (10 ประตู)

สเปอร์ส วางเป้าเก็บคลีนชีตแรกกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ในรอบ 10 เกม ซึ่งเป็นสถิติเทียบเท่ามากที่สุดที่พวกเขาไม่สามารถหยุดยั้งการเสียประตูให้คู่แข่ง ซึ่งอีกทีมนั้นคือ ลิเวอร์พูล

"เชลซี-ลิเวอร์พูล"

‘สิงห์บลูส์’ ไม่แพ้เกมในบ้านต่อทีมแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก มาแล้ว 13 เกม โดยแบ่งเป็น ชนะ 7 และเสมอ 6

อย่างไรก็ตาม เชลซี แพ้ต่อ ‘หงส์แดง’ มาแล้ว 3 นัดติดต่อกันในเกมพรีเมียร์ลีก โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาแพ้ต่อ ลิเวอร์พูล ในลีก 4 เกมติดเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปี 2010 ถึงเดือนมีนาคม ปี
2012

โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ต่างมีโอกาสเป็นผู้เล่น’หงส์แดง’ คนแรกที่มีลุ้นทำประตูใส่ เชลซี ในเกมลีก 3 นัดติดต่อกัน

นับตั้งแต่วันที่ยืนยันว่าพวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนมิถุนายน ลิเวอร์พูล เสียประตูในเกมลีกไปแล้วถึง 15 ประตูจาก 8 นัด (ชนะ 5 เสมอ 5 แพ้ 2)

"เลสเตอร์-เบิร์นลี่ย์"

หาก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ พาทีมเก็บชัยชนะได้ในเกมนี้ จะทำให้เขาเป็นผู้จัดการทีมสหราชอาณาจักรลำดับที่ 4 ที่คว้าชัย 100 นัดเร็วที่สุด จาก 210 เกม

นับตั้งแต่สตาร์ทซีซั่นที่แล้ว เจมี่ วาร์ดี้ ทำประตูในเกมพรีเมียร์ลีก ได้มากกว่าทุกคนที่ 25 ประตู

เบิร์นลี่ย์ คว้าชัยในการลงเล่นเกมเยือนนัดแรกของซีซั่น แค่เกมเดียวเท่านั้นตลอด 6 ฤดูกาลบนเวทีพรีเมียร์ลีกหลังสุด โดยเกมเดียวที่ชนะได้คือการบุกชนะ เชลซี 3-2 เมื่อซีซั่น 2017/18

คริส วู้ด มีลุ้นทำประตูในเกมพรีเมียร์ลีก 4 นัดติดต่อกันได้เป็นครั้งแรก

"วูล์ฟส์-แมนฯ ซิตี้"

หาก วูล์ฟส์ คว้าชัยได้ในเกมนี้จะทำให้พวกเขาเป็นทีมแรกที่เอาชนะ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในเกมลีกได้ 3 นัดติดต่อกัน

ชัยชนะเหนือ เชฟฯ ยูไนเต็ด เมื่อเกมก่อน นับเป็นการชนะนัดที่ 1,999 ของ วูล์ฟส ในเกมลลีก และชัยชนะนัดต่อไปจะพาให้พวกเขาขึ้นไปเทียบเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล กับ การคว้าชัยได้ 2,000 นัดในสารบบเกมลีกของอังกฤษ

หาก ‘เรือใบสีฟ้า’ คว้าชัยได้เกมนี้ จะทำให้พวกเขาเป็มทีมแรกที่เก็บชัยชนะนัดเปิดสนามพรีเมียร์ลีก 10 ฤดูกาลติดต่อกัน

5 นัดหลังสุดของ ซิตี้ ในเกมลีกถือว่าโหดมาก เมื่อพวกเขาถลุงประตูคู่แข่งด้วยสกอร์รวม 21-1